<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/rss2full.xsl" type="text/xsl" media="screen"?><?xml-stylesheet href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/itemcontent.css" type="text/css" media="screen"?><rss xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:feedburner="http://rssnamespace.org/feedburner/ext/1.0" version="2.0">

<channel>
	<title>XirBIT.Com</title>
	
	<link>http://xirbit.com</link>
	<description>Enhance your software knowledge</description>
	<pubDate>Tue, 18 Nov 2008 10:15:26 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.6</generator>
	<language>en</language>
			<atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="self" href="http://feeds.feedburner.com/xirbitcom" type="application/rss+xml" /><feedburner:emailServiceId>1709744</feedburner:emailServiceId><feedburner:feedburnerHostname>http://www.feedburner.com</feedburner:feedburnerHostname><item>
		<title>ลดขนาดฐานข้อมูล</title>
		<link>http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~3/457023664/168</link>
		<comments>http://xirbit.com/2008/11/18/168#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 18 Nov 2008 10:15:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[WordPress]]></category>

		<category><![CDATA[phpMyAdmin]]></category>

		<category><![CDATA[Post Revision]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xirbit.com/2008/11/18/168</guid>
		<description><![CDATA[WordPress ใช้ฐานข้อมูล MySQL ในการเก็บข้อมูลต่าง ๆ ยิ่งใช้ไปนานวัน ก็ยิ่งใหญ่ขึ้น ๆ อาจจะมีผลต่อการสอบถามข้อมูลในการแสดงผลด้วยเช่นกัน และส่วนหนึ่งที่ทำให้ใหญ่ขึ้นก็คือ Post Revisions หรือประวัติการแก้ไขบทความ เมื่อมีการแก้ไขบทความต่าง ๆ ก็จะมีการสร้างระเบียน (record) เก็บบทความเดิมก่อนการแก้ไขเสมอ มีประโยชน์ในการย้อนดูความแตกต่างหรือความเปลี่ยนแปลงของบทความเดิม ๆ ว่าแตกต่างกันอย่างไร
Post Revisions นี้มีการเพิ่มเข้ามาใน WordPress 2.6 ซึ่งเป็นค่าเริ่มต้น หากเราไม่ได้กำหนดปิดการใช้งานไว้ใน wp-config.php ก็จะเป็นการเปิดใช้โดยอัตโนมัติ ทุกครั้งที่แก้ไขบทความ ก็จะสร้างระเบียนไว้เสมอ และยิ่งแก้ไขบ่อย ๆ ฐานข้อมูลก็จะใหญ่ขึ้น เราจะมาดูการลดขนาดฐานข้อมูลกันว่าทำอย่างไร
อย่างแรกก็จะต้องปิด Post Revisions กันเสียก่อน แม้บางท่านอาจจะบอกว่าเก็บไว้ดูประวัติการแก้ไขบทความเก่า ๆ ก็ไม่เป็นไร แต่บางคนอาจจะอยากต้องการปิดเพราะไม่ได้สนใจว่าจะแก้ไขอย่างไร แก้ไขแล้วก็จบ ๆ กันไป งั้นมาดูการปิด Post Revisions กัน
define(&#8217;WP_POST_REVISIONS&#8217;, false);
นำโค้ดด้านบนไปใส่ไว้ใน wp-config.php ก็จะเป็นการปิด Post Revisions แล้ว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>WordPress ใช้ฐานข้อมูล MySQL ในการเก็บข้อมูลต่าง ๆ ยิ่งใช้ไปนานวัน ก็ยิ่งใหญ่ขึ้น ๆ อาจจะมีผลต่อการสอบถามข้อมูลในการแสดงผลด้วยเช่นกัน และส่วนหนึ่งที่ทำให้ใหญ่ขึ้นก็คือ Post Revisions หรือประวัติการแก้ไขบทความ เมื่อมีการแก้ไขบทความต่าง ๆ ก็จะมีการสร้างระเบียน (record) เก็บบทความเดิมก่อนการแก้ไขเสมอ มีประโยชน์ในการย้อนดูความแตกต่างหรือความเปลี่ยนแปลงของบทความเดิม ๆ ว่าแตกต่างกันอย่างไร</p>
<p>Post Revisions นี้มีการเพิ่มเข้ามาใน WordPress 2.6 ซึ่งเป็นค่าเริ่มต้น หากเราไม่ได้กำหนดปิดการใช้งานไว้ใน wp-config.php ก็จะเป็นการเปิดใช้โดยอัตโนมัติ ทุกครั้งที่แก้ไขบทความ ก็จะสร้างระเบียนไว้เสมอ และยิ่งแก้ไขบ่อย ๆ ฐานข้อมูลก็จะใหญ่ขึ้น เราจะมาดูการลดขนาดฐานข้อมูลกันว่าทำอย่างไร</p>
<p>อย่างแรกก็จะต้องปิด Post Revisions กันเสียก่อน แม้บางท่านอาจจะบอกว่าเก็บไว้ดูประวัติการแก้ไขบทความเก่า ๆ ก็ไม่เป็นไร แต่บางคนอาจจะอยากต้องการปิดเพราะไม่ได้สนใจว่าจะแก้ไขอย่างไร แก้ไขแล้วก็จบ ๆ กันไป งั้นมาดูการปิด Post Revisions กัน</p>
<blockquote><p>define(&#8217;WP_POST_REVISIONS&#8217;, false);</p></blockquote>
<p>นำโค้ดด้านบนไปใส่ไว้ใน wp-config.php ก็จะเป็นการปิด Post Revisions แล้ว แก้ไขครั้งต่อไปก็จะไม่สร้างระเบียนขึ้นมาเก็บข้อมูลอีกแล้วหล่ะครับ</p>
<p>ในกรณีที่ไม่ได้ปิด ก็จะมีระเบียนของการแก้ไขบทความเก็บอยู่ และหากไม่จำเป็นต้องใช้ ก็สามารถลบทิ้งออกไปได้ ก็จะช่วยให้ฐานข้อมูลของเรามีขนาดเล็กลง และใช้พื้นที่ในการจัดเก็บน้อยลงไปด้วยเช่นกัน การลบข้อมูลประวัติการแก้ไขบทความนั้นทำดังนี้ </p>
<ol>
<li>เปิด phpmyadmin </li>
<li>เลือกฐานข้อมูลที่ติดตั้ง WordPress</li>
<li>คลิกปุ่ม &#8220;SQL&#8221; ด้านบน จะปรากฏช่องว่างๆ สำหรับใส่คำสั่ง SQL</li>
<li>ใส่คำสั่ง DELETE FROM wp_posts WHERE post_type = &#8220;revision&#8221;; ลงไปในช่องคำสั่ง</li>
<li>คลิกปุ่ม &#8220;ลงมือ&#8221;</li>
</ol>
<p>wp_posts คือชื่อตารางข้อมูล คำว่า wp นั้นคือคำนำหน้าตารางข้อมูลที่อยู่ใน wp-config.php บรรทัด $table_prefix  = &#8216;wp_&#8217;; หากมีการเปลี่ยนแปลงจากค่าเดิมที่กำหนดมาจาก WordPress ก็แก้ไขให้ตรงตาม $table_prefix ของคุณ</p>
<p>phpmyadmin จะทำการลบระเบียนที่เก็บประวัติการแก้ไขบทความออก ทำให้ฐานข้อมูลของคุณมีขนาดเล็กลง หากไม่มั่นใจ ก่อนทำให้สำรองข้อมูลของคุณเสียก่อน</p>
<img src="http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~4/457023664" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xirbit.com/2008/11/18/168/feed</wfw:commentRss>
		<feedburner:awareness>http://api.feedburner.com/awareness/1.0/GetItemData?uri=xirbitcom&amp;itemurl=http%3A%2F%2Fxirbit.com%2F2008%2F11%2F18%2F168</feedburner:awareness><feedburner:origLink>http://xirbit.com/2008/11/18/168</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>WordPress 2.7 รุ่นเบต้า</title>
		<link>http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~3/446383333/167</link>
		<comments>http://xirbit.com/2008/11/08/167#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 08 Nov 2008 10:25:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[WordPress]]></category>

		<category><![CDATA[WordPress 2.7]]></category>

		<category><![CDATA[รุ่นเบต้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xirbit.com/2008/11/08/167</guid>
		<description><![CDATA[WordPress 2.7 คงจะออกมาให้ผู้ใช้ได้ดาวน์โหลดกันอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้เป็นแน่ ณ ตอนเขียนบทความก็ออก beta 2 แล้ว จากการที่ได้ลองรุ่น beta นี้ก็นับว่า น่าใช้พอสมควร มีการปรับปรุงหน้าตาในส่วนของ Dashboard เป็นอย่างมาก คือ จากเมนูที่เคยอยู่ด้านบน ก็ปรับมาอยู่ด้านซ้าย ข้อมูลบล็อกก็จัดให้มีระเบียบมากยิ่งขึ้น มี Quick Press การแก้ไขบทความก็มีคำสั่งพิเศษเพิ่มเข้ามา ช่วยให้แก้ไขได้อย่างรวดเร็วนั่นคือ Quick Edit การติดตั้งปลั๊กอินก็สะดวกกว่าแต่ก่อน หาจากเว็บแล้วติดตั้ง หรือจะเลือกไฟล์ .zip แล้วอัพโหลดเข้าไปผ่านทาง Dashboard ก็ง่ายครับ ไม่ต้องอัพโหลดผ่าน FTP อีกต่อไป (หรือใครจะใช้แบบเดิม ๆ ก็ได้ แล้วแต่ความถนัด) นี่เป็นตัวอย่างเท่านั้น
จากที่ได้ดาวน์โหลดรุ่นที่เขากำลังพัฒนาในแต่ละวันมานั้น รุ่น beta 2 ลองใช้แล้ว บางส่วนมันยังขาด ๆ เกิน ๆ อยู่ (ก็แหงล่ะครับ มันรุ่น beta นี่นา) ในส่วนของการแสดงผลว่าจะให้แสดงผลอะไรได้บ้าง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>WordPress 2.7 คงจะออกมาให้ผู้ใช้ได้ดาวน์โหลดกันอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้เป็นแน่ ณ ตอนเขียนบทความก็ออก beta 2 แล้ว จากการที่ได้ลองรุ่น beta นี้ก็นับว่า น่าใช้พอสมควร มีการปรับปรุงหน้าตาในส่วนของ Dashboard เป็นอย่างมาก คือ จากเมนูที่เคยอยู่ด้านบน ก็ปรับมาอยู่ด้านซ้าย ข้อมูลบล็อกก็จัดให้มีระเบียบมากยิ่งขึ้น มี Quick Press การแก้ไขบทความก็มีคำสั่งพิเศษเพิ่มเข้ามา ช่วยให้แก้ไขได้อย่างรวดเร็วนั่นคือ Quick Edit การติดตั้งปลั๊กอินก็สะดวกกว่าแต่ก่อน หาจากเว็บแล้วติดตั้ง หรือจะเลือกไฟล์ .zip แล้วอัพโหลดเข้าไปผ่านทาง Dashboard ก็ง่ายครับ ไม่ต้องอัพโหลดผ่าน FTP อีกต่อไป (หรือใครจะใช้แบบเดิม ๆ ก็ได้ แล้วแต่ความถนัด) นี่เป็นตัวอย่างเท่านั้น</p>
<p>จากที่ได้ดาวน์โหลดรุ่นที่เขากำลังพัฒนาในแต่ละวันมานั้น รุ่น beta 2 ลองใช้แล้ว บางส่วนมันยังขาด ๆ เกิน ๆ อยู่ (ก็แหงล่ะครับ มันรุ่น beta นี่นา) ในส่วนของการแสดงผลว่าจะให้แสดงผลอะไรได้บ้าง มีเครื่องหมายถูกให้เลือก ตรงนี้ยังทำได้ไม่ดีนักที่เขากำลังพัฒนากันอยู่ เลยต้องกลับไปติดตั้งรุ่น beta 1 แล้วจับภาพมาเกริ่นนำให้ดูกันก่อนที่จะใช้รุ่นเต็มกันต่อไป<br />
<span id="more-167"></span></p>
<p>ต่อไปนี้เราจะมาดูกันว่า WordPress 2.7 มีอะไรแปลกใหม่บ้าง ต้องออกตัวไว้ก่อนนะครับว่า คงจะไม่ได้นำพาไปซะทุกส่วนนะครับ เอาเฉพาะบางส่วนมาให้ดู แนะนำกันว่ามันน่าใช้มากขึ้นแค่ไหนกับรุ่นเดิม ๆ ที่เราใช้อยู่ </p>
<p><a rel="lightbox" href="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/11/wordpress-2-7-01.jpg"><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/11/wordpress-2-7-01-thumbnail.jpg" alt="" /></a></p>
<p>เริ่มกันที่ Dashboard ก่อนเลย จากเดิมมีปุ่ม Visit Site สำหรับดูหน้าเว็บ ตอนนี้ก็ใช้ชื่อบล็อกที่อยู่ใน Dashboard แทนแล้วหล่ะครับ เมนูจากที่เคยอยู่ด้านบน ก็ปรับเปลี่ยนให้มันมาอยู่ด้านซ้ายมือซะ มีเมนูหลัก ๆ เมื่อคลิกก็จะแสดงรายการย่อยออกมา มีการสลับตำแหน่งและเปลี่ยนชื่อไปบ้างจากรุ่นก่อน ๆ เอาที่เห็นง่าย ๆ คือ เมนูสำหรับเปลี่ยนธีมในการแสดงผล จากที่เคยเป็น Presentation มาเป็น Design ล่าสุดรุ่น 2.7 เปลี่ยนมาเป็น Appearance ซะแล้ว</p>
<p>ในส่วน Right Now ข้อมูลต่าง ๆ ก็จัดไว้เป็นระเบียบเรียบร้อยดีกว่ารุ่นก่อน ด้านขวาจะมี Quick Press ซึ่งจะช่วยให้เราเขียนบทความต่าง ๆ ได้ทันทีที่เปิด Dashboard เข้ามา พิมพ์ชื่อเรื่อง เนื้อหาและแท็กส์ ก็สามารถเผยแพร่ข้อมูลไปยังหน้าบล็อกได้ทันที และอย่าลืม คุณสามารถเขียนบทความโดยการคลิก &#8220;Add New Post&#8221; จากลิงก์ที่อยู่ด้านบนขวามือได้อีกด้วย รายการต่าง ๆ ที่อยู่ในหน้านี้ หากไม่พอใจการวางรูปแบบเดิม ๆ ก็ลาก ๆ วาง ๆ ไว้ในตำแหน่งที่เราพอใจก็ได้</p>
<p><a rel="lightbox" href="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/11/wordpress-2-7-02.jpg"><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/11/wordpress-2-7-02-thumbnail.jpg" alt="" /></a></p>
<p>คราวนี้มาดูกันที่เวลาเราจะเขียนบทความกันบ้าง เมื่อคลิกเมนู Posts จะเข้าสู่หน้าเขียนบทความ ก็จะมีเมนูย่อยปรากฏอยู่ด้านล่าง ในรุ่นนี้มีฟังก์ชั่นเพิ่มเติมคือ &#8220;Stick this post to the front page&#8221; หากเลือกตัวเลือกนี้ บทความนี้จะอยู่ด้านบนของบล็อกไม่เปลี่ยนแปลง บทความอื่น ๆ ที่ไม่ได้เลือกตัวเลือกนี้แม้จะใหม่กว่า ก็จะอยู่ด้านล่าง</p>
<p>ปุ่ม Publish นี้ หากเรามีการตั้งการโพสต์ล่วงหน้า (โดยการเลือก Edit หลัง Publish immediately) ปุ่มนี้จะเปลี่ยนเป็น &#8220;Schedule&#8221; ทันที และตำแหน่งตัวเลือกต่าง ๆ ก็จัดวางตำแหน่งแตกต่างจากรุ่นก่อน</p>
<p><a rel="lightbox" href="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/11/wordpress-2-7-03.jpg"><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/11/wordpress-2-7-03-thumbnail.jpg" alt="" /></a></p>
<p>เมนู Edit สำหรับแก้ไขบทความนี้ ก็มีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น มีการเพิ่มฟังก์ชั่นเข้ามาอีก ทำให้สะดวกในการแก้ไขบทความมากกว่าแต่ก่อน เพิ่ม Quick Edit เข้ามา สามารถแก้ไขส่วนต่าง ๆได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องโหลดบทความทั้งหมดเหมือนแต่ก่อน ทั้งรูปแบบในเมนู Edit นี้ก็มีให้เลือกถึง 2 แบบ แบบนี้จะแสดงรายชื่อบทความเท่านั้น ไม่แสดงเนื้อหาบางส่วนของบทความให้เห็น</p>
<p><a rel="lightbox" href="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/11/wordpress-2-7-04.jpg"><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/11/wordpress-2-7-04-thumbnail.jpg" alt="" /></a></p>
<p>นี่เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของเมนู Edit แก้ไขบทความ ในรูปแบบนี้จะแสดงให้เห็นถึงเนื้อหาบางส่วนของแต่ละบทความด้วย </p>
<p><a rel="lightbox" href="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/11/wordpress-2-7-05.jpg"><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/11/wordpress-2-7-05-thumbnail.jpg" alt="" /></a></p>
<p>เมื่อเราแก้ไขบทความโดยเลือกตัวเลือก Quick Edit เราก็จะแก้ไขส่วนต่าง ๆ ที่เราต้องการได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องโหลดบทความทั้งหน้า เช่นจะแก้ไขในส่วนของ Tags หรือเปลี่ยน Slug ของบทความก็เลือกตัวเลือกนี้ ก็สามารถแก้ไขได้แล้ว แต่หากจะแก้ไขบทความก็ให้เลือกตัวเลือก Edit จะเป็นการโหลดบทความทั้งหมดเพื่อทำการแก้ไข ซึ่งหน้าเว็บจะเหมือนกับตอนเขียนบทความนั่นเอง</p>
<p><a rel="lightbox" href="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/11/wordpress-2-7-06.jpg"><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/11/wordpress-2-7-06-thumbnail.jpg" alt="" /></a></p>
<p>ตรงนี้เป็นส่วนของ Categories การจัดการเกี่ยวกับหมวดหมู่ของบทความ มีการวางรูปแบบให้ใช้งานได้อย่างสะดวก</p>
<p><a rel="lightbox" href="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/11/wordpress-2-7-07.jpg"><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/11/wordpress-2-7-07-thumbnail.jpg" alt="" /></a></p>
<p>หน้าของการสร้าง Page มีการจัดวางตำแหน่งตัวเลือกต่าง ๆ ต่างจากรุ่นเดิม ดูสบายตาดี</p>
<p><a rel="lightbox" href="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/11/wordpress-2-7-08.jpg"><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/11/wordpress-2-7-08-thumbnail.jpg" alt="" /></a></p>
<p>มาดูในส่วนของปลั๊กอินกันบ้าง หน้านี้เป็นส่วนของเมนู Add New (เพิ่มปลั๊กอินใหม่) จะแตกต่างจากรุ่นเดิมอย่างสิ้นเชิง สามารถค้นหาจากเว็บและติดตั้ง หรือจะเลือกอัพโหลดไฟล์ .zip จากเครื่องของเราแล้วติดตั้งก็ได้ ซึ่ง WordPress จะขยายไฟล์ให้เอง ไม่ต้องอัพโหลดผ่าน FTP อีกต่อไป และคุณสมบัตินี้เอง อาจจะถูกใจกับหลาย ๆ คนที่เคยอยากให้มีมานานแล้ว</p>
<p>หากจะจัดการกับปลั๊กอิน เช่น เปิด/ปิดการใช้งานก็ให้เลือกเมนู Installed ต่างหาก</p>
<p><a rel="lightbox" href="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/11/wordpress-2-7-09.jpg"><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/11/wordpress-2-7-09-thumbnail.jpg" alt="" /></a></p>
<p>ตรงนี้เป็นส่วนของการปรับแต่งค่าทั่วไปของ WordPress คือเมนู Settings->General นั่นเอง ส่วนของ Membership นั้นจะเหลือตัวเลือกเพียงตัวเลือกเดียวเท่านั้น จากเดิมที่เคยมี 2 ตัวเลือก</p>
<p>ในส่วนของ Date Format และ Time Format มีการกำหนดรูปแบบมาให้เราเลือกได้มากกว่าแต่ก่อน ที่น่าสังเกตคือ เวลาติดตั้งค่า Timezone จะเป็น +7 ให้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องปรับเป็น +7 เหมือนรุ่นก่อน </p>
<p><a rel="lightbox" href="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/11/wordpress-2-7-10.jpg"><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/11/wordpress-2-7-10-thumbnail.jpg" alt="" /></a></p>
<p>ในส่วนของ Media นั้น ตัวเลือกสำหรับรูปภาพที่จะใส่ในบทความนั้น ก็มีตัวเลือกมากขึ้นกว่าเดิม จากที่รุ่นก่อน ๆ การปรับแต่งตัวเลือกเหล่านี้จะอยู่ในเมนู Settings->Miscellaneous</p>
<p>นี่เป็นเพียงบางส่วนใน WordPress 2.7 ที่เราได้มานำเสนอให้เห็นกันก่อน ซึ่งหน้าจอบางส่วนในรุ่นจริงนั้น อาจจะแตกต่างที่นำมาเสนอนี้ไม่มากนัก โดยรวมแล้วนับว่าน่าใช้กว่ารุ่นก่อน ๆ พอสมควร ทั้งการปรับเปลี่ยนรูปแบบแสดงผล การเข้าถึงส่วนต่าง ๆ ได้ง่ายกว่าแต่ก่อน ฟังก์ชั่นการทำงานที่ช่วยให้เราทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น อดใจรอหน่อยครับ อีกไม่กี่วันแล้วหล่ะครับที่เราจะได้สัมผัสรุ่น 2.7 ที่เรารอคอยกันเสียที</p>
<img src="http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~4/446383333" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xirbit.com/2008/11/08/167/feed</wfw:commentRss>
		<feedburner:awareness>http://api.feedburner.com/awareness/1.0/GetItemData?uri=xirbitcom&amp;itemurl=http%3A%2F%2Fxirbit.com%2F2008%2F11%2F08%2F167</feedburner:awareness><feedburner:origLink>http://xirbit.com/2008/11/08/167</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>การเปิด mod_rewrite ใน Apache</title>
		<link>http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~3/441948333/166</link>
		<comments>http://xirbit.com/2008/11/04/166#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 Nov 2008 10:17:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[WordPress]]></category>

		<category><![CDATA[mod_rewrite]]></category>

		<category><![CDATA[permalinks]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xirbit.com/2008/11/04/166</guid>
		<description><![CDATA[ในการติดตั้ง WordPress บนเครื่องคอมพิวเตอร์ Desktop นั้น ไม่ว่าจะใช้  AppServ หรือ XAMPP ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างหนึ่งก็คือ เรื่อง Permalinks นั่นเอง
เมื่อติดตั้ง WordPress แล้ว อยากจะใช้ Permalinks ดู เมื่อปรับปรุง Permalinks แล้วปรากฏว่าใช้ไม่ได้ หรือไม่ได้รูปแบบที่ต้องการ นั่นเป็นเพราะไม่ได้เปิด mod_rewrite ใน Apache นั่นเอง ซึ่งหากไม่ได้ใช้หรือไม่ต้องการปรับเปลี่ยน Permalinks ก็ไม่ต้องไปเปิด mod_rewrite ก็ได้
ในการเปิด mod_rewrite ใน Apache เพื่อรองรับ Permalinks นั้น สำหรับ AppServ นั้นให้เปิดไฟล์ C:\AppServ\Apache2.2\conf/httpd.conf ด้วย Text Editor ขึ้นมา

ค้นหาคำว่า mod_rewrite เมื่อพบแล้ว ให้นำเครื่องหมาย # ออกจากต้นบรรทัด บันทึกไฟล์ แล้ว restart [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในการติดตั้ง WordPress บนเครื่องคอมพิวเตอร์ Desktop นั้น ไม่ว่าจะใช้  <a href="http://www.appservnetwork.com">AppServ</a> หรือ <a href="http://www.apachefriends.org/en/xampp.html">XAMPP</a> ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างหนึ่งก็คือ เรื่อง Permalinks นั่นเอง</p>
<p>เมื่อติดตั้ง WordPress แล้ว อยากจะใช้ Permalinks ดู เมื่อปรับปรุง Permalinks แล้วปรากฏว่าใช้ไม่ได้ หรือไม่ได้รูปแบบที่ต้องการ นั่นเป็นเพราะไม่ได้เปิด mod_rewrite ใน Apache นั่นเอง ซึ่งหากไม่ได้ใช้หรือไม่ต้องการปรับเปลี่ยน Permalinks ก็ไม่ต้องไปเปิด mod_rewrite ก็ได้</p>
<p>ในการเปิด mod_rewrite ใน Apache เพื่อรองรับ Permalinks นั้น สำหรับ AppServ นั้นให้เปิดไฟล์ C:\AppServ\Apache2.2\conf/httpd.conf ด้วย Text Editor ขึ้นมา</p>
<p><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/11/mod_rewrite-01.jpg" alt="การแก้ไขของ AppServ" /></p>
<p>ค้นหาคำว่า <strong>mod_rewrite</strong> เมื่อพบแล้ว ให้นำเครื่องหมาย # ออกจากต้นบรรทัด บันทึกไฟล์ แล้ว restart Apache อีกครั้ง</p>
<p>สำหรับผู้ใช้ XAMPP ให้เปิดไฟล์ C:\xampp\apache\conf\httpd.conf ด้วย Text Editor </p>
<p><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/11/mod_rewrite-02.jpg" alt="การแก้ไขของ XAMPP" /></p>
<p>ค้นหาคำว่า <strong>mod_rewrite</strong> เมื่อพบแล้ว ให้นำเครื่องหมาย # ออกจากต้นบรรทัด บันทึกไฟล์ แล้ว restart Apache อีกครั้ง </p>
<p>เท่านี้ก็จะสามารถปรับแต่ง Permalinks ต่าง ๆ ได้ตามที่ต้องการแล้วหล่ะครับ</p>
<img src="http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~4/441948333" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xirbit.com/2008/11/04/166/feed</wfw:commentRss>
		<feedburner:awareness>http://api.feedburner.com/awareness/1.0/GetItemData?uri=xirbitcom&amp;itemurl=http%3A%2F%2Fxirbit.com%2F2008%2F11%2F04%2F166</feedburner:awareness><feedburner:origLink>http://xirbit.com/2008/11/04/166</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>สิทธิ์การเข้าถึงไฟล์</title>
		<link>http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~3/441690894/164</link>
		<comments>http://xirbit.com/2008/11/04/164#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 Nov 2008 04:09:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[WordPress]]></category>

		<category><![CDATA[File Permission]]></category>

		<category><![CDATA[htaccess]]></category>

		<category><![CDATA[สิทธิ์การเข้าถึงแฟ้ม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xirbit.com/2008/11/04/164</guid>
		<description><![CDATA[สิทธิ์การเข้าถึงไฟล์ (File Permission) คือการกำหนดสิทธิ์ว่าไฟล์/โฟลเดอร์ใดอ่านได้ เขียน(แก้ไข)ได้ เป็นต้น ซึ่งในแต่ละระบบจะไม่เหมือนกัน บางระบบก็ไม่ต้องไปกำหนดค่าใด ๆ แต่บางระบบต้องกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์/โฟลเดอร์ด้วย หากไม่กำหนด เมื่อมีการเข้าถึง ก็อาจจะเกิดข้อผิดพลาด ทำให้ไม่สามารถทำงานต่อไปได้ 
ปัญหาที่เกิดขึ้นหากไม่ได้กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์ เช่น เมื่ออัพโหลดไฟล์แล้ว จะปรากฏข้อความว่า 
Unable to create directory /home/user/public_html/wp-content/uploads/2008/11. Is its parent directory writable by the server?
ที่เป็นเช่นนี้เพราะไม่ได้กำหนดสิทธิ์ให้โฟลเดอร์ uploads นั้นเขียนได้นั่นเอง และปัญหาที่เกิดจากการไม่กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์นี้มีอีกหลายอย่าง เช่น การแก้ไขธีมผ่านทาง Theme Editor และการปรับปรุงรูปแบบของ ลิงก์ถาวร (Permalinks)

โฮสต์ใดที่มีปัญหาและไม่มีปัญหา
ปัญหาเหล่านี้ หากจำลองเครื่องคอมพิวเตอร์ (PC) ให้เป็น WebServer ด้วย XAMPP หรือ AppServ จะไม่มีปัญหาแต่อย่างใด (มีปัญหาตรง Permalinks ซึ่งเกี่ยวกับการเปิด mod_rewirte module [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สิทธิ์การเข้าถึงไฟล์ (File Permission) คือการกำหนดสิทธิ์ว่าไฟล์/โฟลเดอร์ใดอ่านได้ เขียน(แก้ไข)ได้ เป็นต้น ซึ่งในแต่ละระบบจะไม่เหมือนกัน บางระบบก็ไม่ต้องไปกำหนดค่าใด ๆ แต่บางระบบต้องกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์/โฟลเดอร์ด้วย หากไม่กำหนด เมื่อมีการเข้าถึง ก็อาจจะเกิดข้อผิดพลาด ทำให้ไม่สามารถทำงานต่อไปได้ </p>
<p>ปัญหาที่เกิดขึ้นหากไม่ได้กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์ เช่น เมื่ออัพโหลดไฟล์แล้ว จะปรากฏข้อความว่า </p>
<blockquote><p>Unable to create directory /home/user/public_html/wp-content/uploads/2008/11. Is its parent directory writable by the server?</p></blockquote>
<p>ที่เป็นเช่นนี้เพราะไม่ได้กำหนดสิทธิ์ให้โฟลเดอร์ uploads นั้นเขียนได้นั่นเอง และปัญหาที่เกิดจากการไม่กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์นี้มีอีกหลายอย่าง เช่น การแก้ไขธีมผ่านทาง Theme Editor และการปรับปรุงรูปแบบของ ลิงก์ถาวร (Permalinks)<br />
<span id="more-164"></span></p>
<h3 id="toc-">โฮสต์ใดที่มีปัญหาและไม่มีปัญหา</h3>
<p>ปัญหาเหล่านี้ หากจำลองเครื่องคอมพิวเตอร์ (PC) ให้เป็น WebServer ด้วย XAMPP หรือ AppServ จะไม่มีปัญหาแต่อย่างใด (มีปัญหาตรง Permalinks ซึ่งเกี่ยวกับการเปิด mod_rewirte module ใน Apache จะไม่กล่าวในบทความนี้ เพราะไม่ได้เกี่ยวกับสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์) คือ ไม่ต้องกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงไฟล์ สามารถใช้งานได้ตามปกติ </p>
<p>แต่ปัญหานี้เกิดกับการใช้ hosting เพื่อทำเว็บบางระบบ เช่น hosting ของ <a href="http://www.000webhost.com" target="_blank">000webhost.com</a> ซึ่งจะต้องมีการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์ก่อน หากไม่กำหนดจะเกิดปัญหาขึ้น คือไม่สามารถเขียน/แก้ไขไฟล์ได้ รวมทั้งยังไม่สนับสนุน mod_rewrite ด้วย</p>
<p>ส่วนบาง hosting ที่ไม่มีปัญหาก็คือ <a href="http://www.bluehost.com" target="_blank">bluehost</a> ซึ่งจะรองรับ mod_rewrite ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องการปรับแต่ง Permalinks รวมทั้งการกำหนดการเข้าถึงไฟล์ ทั้งไฟล์ธีม และในส่วนของโฟลเดอร์ uploads ที่ใช้สำหรับเก็บไฟล์ที่เราอัพโหลดเข้าไป ในการใช้งาน WordPress กับ Bluehost นั้น ไม่ต้องปรับแต่งอะไรเลย ทุกอย่างอัตโนมัติหมด</p>
<h3 id="toc-1">จะรู้ได้อย่างไรว่ามีปัญหา</h3>
<p>การที่เราจะทราบว่า hosting ที่เราใช้นั้นมีปัญหาเรื่องการกำหนดสิทธิ์หรือไม่ อย่างแรกก็คือใช้งานจริง ๆ เมื่อมีปัญหาแล้วก็ค่อยแก้ไข อย่างที่สองคือ เลือกเมนู Design แล้วเลือก Theme Editor เลื่อนจอภาพไปดูด้านล่างของหน้าต่างแก้ไขไฟล์ หากพบข้อความ</p>
<blockquote><p>You need to make this file writable before you can save your changes. See the Codex for more information.</p></blockquote>
<p>ก็แสดงว่า มีปัญหาแล้วหล่ะครับ คุณจะต้องกำหนดสิทธิ์ให้สามารถเขียนไฟล์ได้ </p>
<h3 id="toc-2">ปัญหาและการแก้ไข</h3>
<p>ปัญหาที่เกิดขึ้นหากไม่ได้มีการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์มีดังนี้ </p>
<p><strong>1. โฟลเดอร์ uploads</strong> ปกติแล้วโฟลเดอร์สำหรับเก็บไฟล์ที่เราอัพโหลดขึ้นไป ค่าเริ่มต้นของ WordPress จะอยู่ที่ wp-content/uploads หากไม่กำหนดสิทธิ์ให้เขียนได้ จะเกิดปัญหาคืออัพโหลดไฟล์เข้าไปไม่ได้</p>
<p><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/11/file-permission-01.jpg" alt="ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อไม่ได้กำหนดสิทธิ์ให้ uploads" /></p>
<p>ทางแก้ปัญหาก็คือ สร้างโฟลเดอร์ uploads ใน wp-content แล้วกำหนดสิทธิ์ให้เป็น 777 หรือ chmod 777 เมื่อกำหนดสิทธิ์แล้วก็จะสามารถอัพโหลดไฟล์ขึ้นไปได้อย่างไม่มีปัญหา</p>
<p><strong>2. ไฟล์ธีม</strong> ไฟล์ในธีมต่าง ๆ นั้นเราจะไม่สามารถแก้ไขได้ เมื่อเปิดไฟล์ขึ้นมาแก้ไข จะปรากฏข้อความท้ายหน้าต่างแก้ไขไฟล์ ให้เราไปแก้ไขไฟล์ให้สามารถเขียนได้เสียก่อน และจะไม่มีปุ่ม &#8220;Update File&#8221; ด้วย</p>
<p><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/11/file-permission-02.jpg" alt="ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อไม่กำหนดสิทธิ์ให้ไฟล์ของธีม" /></p>
<p>ทางแก้ไขคือให้เรากำหนดสิทธิ์ของไฟล์ในธีมที่เราต้องการแก้ไข (หรือเผื่อเอาไว้แก้ไข) ให้เป็น 777 หรือ chmod 777 </p>
<p>แนะนำ : หากคุณใช้การแก้ไขไฟล์แล้วอัพโหลดไฟล์ธีมผ่านทาง FTP Client การกำหนดสิทธิ์ก็ไม่จำเป็น หรือหากมีผู้ดูแลระบบหลายคน และหากไม่ต้องการให้ใครแก้ไขไฟล์ธีมต่าง ๆ ก็ไม่ต้องไปกำหนดสิทธิ์ให้เขียนได้</p>
<p><strong>3. ไฟล์ .htaccess</strong> ไฟล์นี้จำเป็นสำหรับการกำหนด Permalinks หาก hosting ใด ไม่สนับสนุน mod_rewrite จะทำให้ไม่สามารถกำหนด Permalinks ได้ เมื่อกำหนด Permalinks WordPress จะแจ้งข้อความ &#8220;You shuold update your .htaccess now.&#8221;</p>
<p><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/11/file-permission-03.jpg" alt="ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อกำหนด Permalinks" /></p>
<p>ทางแก้ไขก็คือ ให้สร้างไฟล์ <strong>.htaccess</strong> แล้วอัพโหลดไปไว้ยังโฟลเดอร์ที่เป็น Blog adress กล่าวคือ ในกรณีที่ WordPress address และ Blog address เป็น url เดียวกันก็อัพโหลดไว้ในโฟลเดอร์ที่ติดตั้ง WordPress </p>
<p>แต่ในกรณีที่เรียกบล็อกผ่านทาง http://domain.com แต่ติดตั้ง WordPress ไว้ที่ http://domain.com/wordpress ในกรณีนี้ ต้องอัพโหลดไว้ที่ root โฟลเดอร์ของ http://domain.com</p>
<p>เมื่ออัพโหลดไปแล้ว ให้เปลี่ยนสิทธิ์เป็น 777 หรือ chmod 777 </p>
<p><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/11/file-permission-04.jpg" alt="ปรับปรุงข้อมูล Permalinks ได้แล้ว" /></p>
<p>เมื่อเปลี่ยนสิทธิ์ให้เขียนได้แล้ว ก็จะสามารถปรับปรุง Permalinks ได้</p>
<h3 id="toc--f">การเปลี่ยนสิทธิ์โดยใช้ FileZilla</h3>
<p>การเปลี่ยนสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์โดยใช้ <a href="http://filezilla-project.org" target="_blank">FileZilla FTP Client</a> นั้นทำดังนี้</p>
<p>ล็อกอินเข้าไปยังระบบ แล้วเลือกไฟล์/โฟลเดอร์ที่ต้องการจะเปลี่ยนสิทธิ์</p>
<p><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/11/file-permission-05.jpg" alt="การปรับปรุงสิทธิ์การเข้าถึงแฟ้มด้วย FileZilla" /></p>
<p>แล้วคลิกเม้าส์ขวาบนไฟล์/โฟลเดอร์ที่ต้องการ แล้วเลือกเมนู &#8220;สิทธิการเข้าถึงแฟ้ม&#8221; </p>
<p><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/11/file-permission-06.jpg" alt="การกำหนดตัวเลขสิทธิ์การเข้าถึงแฟ้ม" /></p>
<p>ป้อนเลขที่ต้องการ (777) ในช่อง Numeric value แล้วคลิกปุ่ม &#8220;ตกลง&#8221; </p>
<p>เมื่อเปลี่ยนสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์/โฟลเดอร์ต่าง ๆ ให้เรียบร้อยก็จะสามารถใช้งาน WordPress ได้อย่างราบรื่นแล้วหล่ะครับ</p>
<img src="http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~4/441690894" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xirbit.com/2008/11/04/164/feed</wfw:commentRss>
		<feedburner:awareness>http://api.feedburner.com/awareness/1.0/GetItemData?uri=xirbitcom&amp;itemurl=http%3A%2F%2Fxirbit.com%2F2008%2F11%2F04%2F164</feedburner:awareness><feedburner:origLink>http://xirbit.com/2008/11/04/164</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>สร้างสีสันลิงก์ภาพด้วย Lightbox 2</title>
		<link>http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~3/428427276/163</link>
		<comments>http://xirbit.com/2008/10/22/163#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 22 Oct 2008 10:33:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[WordPress Plugins]]></category>

		<category><![CDATA[Lightbox 2]]></category>

		<category><![CDATA[Plugins]]></category>

		<category><![CDATA[WordPress]]></category>

		<category><![CDATA[ปลั๊กอินส์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xirbit.com/2008/10/22/163</guid>
		<description><![CDATA[ในการทำบล็อก การลิงก์ไปยังภาพแล้วเปิดไปเปิดหน้าเพจใหม่เพื่อแสดงภาพนั้นภาพเดียว อาจจะดูธรรมดาไปแล้ว ปัจจุบันเขานิยมทำกันในเว็บทั่วๆ ไป คือเมื่อคลิกลิงก์ไปยังภาพ แล้วจะมีวงหมุน ๆ ขณะที่โหลดภาพ เมื่อโหลดเสร็จ ภาพนั้นก็จะลอยซ้อนอยู่บนเว็บเพจเดิม เพจเดิมก็จะมัว ๆ ดูไม่ชัด เน้นที่ภาพที่เปิดขึ้นมา (ดูตัวอย่างภาพด้านล่าง ลองคลิกดู ทำแบบนั้นแหล่ะครับ) ซึ่งเรียกว่า Lightbox
การทำภาพซ้อนนี้ เราใช้ปลั๊กอินคือ Lightbox 2 ปลั๊กอินตัวเล็ก ๆ นี่แหล่ะครับ ทำภาพซ้อนอย่างที่หลาย ๆ เว็บเขาทำกัน การติดตั้งก็เพียงแต่ดาวน์โหลดแล้วขยายนำไปติดตั้งไว้ในโฟลเดอร์ plugins จากนั้นก็ Activate 
 
การตั้งค่าของ Lightbox 2 ให้ไปที่เมนู Settings -> Lightbox 2 ในช่อง Lightbox Appearance กำหนดสีของ Lightbox ส่วน Auto-lighbox images links เป็นการกำหนดให้แสดง Lightbox ลิงก์ที่ลิงก์ไปยังภาพโดยอัตโนมัติ ให้ทำเครื่องหมายถูกที่รายการนี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในการทำบล็อก การลิงก์ไปยังภาพแล้วเปิดไปเปิดหน้าเพจใหม่เพื่อแสดงภาพนั้นภาพเดียว อาจจะดูธรรมดาไปแล้ว ปัจจุบันเขานิยมทำกันในเว็บทั่วๆ ไป คือเมื่อคลิกลิงก์ไปยังภาพ แล้วจะมีวงหมุน ๆ ขณะที่โหลดภาพ เมื่อโหลดเสร็จ ภาพนั้นก็จะลอยซ้อนอยู่บนเว็บเพจเดิม เพจเดิมก็จะมัว ๆ ดูไม่ชัด เน้นที่ภาพที่เปิดขึ้นมา (ดูตัวอย่างภาพด้านล่าง ลองคลิกดู ทำแบบนั้นแหล่ะครับ) ซึ่งเรียกว่า Lightbox</p>
<p>การทำภาพซ้อนนี้ เราใช้ปลั๊กอินคือ <a href="http://wordpress.org/extend/plugins/lightbox-2/" target="_blank">Lightbox 2</a> ปลั๊กอินตัวเล็ก ๆ นี่แหล่ะครับ ทำภาพซ้อนอย่างที่หลาย ๆ เว็บเขาทำกัน การติดตั้งก็เพียงแต่ดาวน์โหลดแล้วขยายนำไปติดตั้งไว้ในโฟลเดอร์ plugins จากนั้นก็ Activate </p>
<p><a rel="lightbox" href="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/10/lightbox2-001.jpg"><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/10/lightbox2-001-thumbnail.jpg" alt="Lightbox 2" /></a> </p>
<p>การตั้งค่าของ Lightbox 2 ให้ไปที่เมนู Settings -> Lightbox 2 ในช่อง Lightbox Appearance กำหนดสีของ Lightbox ส่วน Auto-lighbox images links เป็นการกำหนดให้แสดง Lightbox ลิงก์ที่ลิงก์ไปยังภาพโดยอัตโนมัติ ให้ทำเครื่องหมายถูกที่รายการนี้ </p>
<p>เมื่อปลั๊กอินทำงานแล้ว การลิงก์ไปยังภาพทุกภาพจะแสดงภาพซ้อน (เหมือนภาพด้านบน) โดยที่เราไม่ต้องไปแก้โค้ดหรือทำอะไรเพิ่มเติมทั้งสิ้นเลย เห็นไหมล่ะครับ มันง่ายขนาดนี้ จะไม่ลองทำกันดูหน่อยหรือครับ ;-) และที่น่าสนใจก็คือ ในบทความเดียวกันที่มีการลิงก์ไปยังภาพต่าง ๆ หลาย ๆ ภาพ ปลั๊กอินตัวนี้ก็จะจัดการสร้างลิงก์ไปยังภาพอื่น ๆ ให้โดยอัตโนมัติ คือ เมื่อคลิกลิงก์เปิดภาพใดภาพหนึ่งขึ้นมา เลื่อนเม้าส์ไปยังส่วนต่าง ๆ ของภาพ จะปรากฏลูกศรนำทางชี้ไปด้านซ้ายหรือขวาขึ้นอยู่กับตำแหน่งของเม้าส์ว่าอยู่ส่วนใดของภาพ และเมื่อคลิกตามลิงก์ลูกศรนำทาง ก็จะเปิดภาพใหม่ขึ้นมา หากลูกศรชี้ทางซ้าย คลิกเม้าส์ก็จะเปิดภาพก่อนหน้า แต่หากลูกศรชี้ทางขวา คลิกเม้าส์ ก็จะเปิดภาพถัดไป</p>
<p>หากเป็นภาพแรกสุด จะไม่มีลูกศรชี้ไปทางด้านซ้าย และหากเป็นภาพสุดท้ายก็จะไม่มีลูกศรชี้ไปทางด้านขวาเช่นกัน ก็ลอง ๆ ติดตั้งใช้กันดูครับ คงทำให้บล็อกของคุณมีสีสันขึ้นมาบ้าง ดีกว่าอยู่เปล่า ๆ ???</p>
<img src="http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~4/428427276" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xirbit.com/2008/10/22/163/feed</wfw:commentRss>
		<feedburner:awareness>http://api.feedburner.com/awareness/1.0/GetItemData?uri=xirbitcom&amp;itemurl=http%3A%2F%2Fxirbit.com%2F2008%2F10%2F22%2F163</feedburner:awareness><feedburner:origLink>http://xirbit.com/2008/10/22/163</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>เชิญทดสอบ WordPress 2.7</title>
		<link>http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~3/424386380/162</link>
		<comments>http://xirbit.com/2008/10/18/162#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Oct 2008 07:01:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[WordPress]]></category>

		<category><![CDATA[ทดสอบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xirbit.com/2008/10/18/162</guid>
		<description><![CDATA[WordPress มีกำหนดจะปล่อยรุ่น 2.7 ในเดือนหน้า แต่ตอนนี้เราสามารถทดลองใช้ ดูหน้าตา Dashboard ใหม่ ๆ ได้ สำหรับรุ่นนี้ ได้มีการเปลี่ยนชื่อเมนูสำหรับเปลี่ยนธีม เป็นชื่อใหม่อีกแล้ว จากที่เคยเป็น Presentation มาเป็น Design และล่าสุดเป็นชื่อ Appearance ซึ่งผมเคยคิดเรื่องเมนูภาษาไทยสำหรับ WordPress ที่แปล Design เป็น &#8220;การออกแบบ&#8221; ว่าน่าจะแปลว่า &#8220;การแสดงผล&#8221; มากกว่า คือไม่ได้แปลตามศัพท์นะ แต่แปลตามความหมายน่ะครับ
สำหรับเว็บทดสอบรุ่น 2.7 คือ  WordPress Demo Site เมื่อเข้าไปแล้ว ให้ป้อน: Username : admin Password : demo เมื่อล็อกอินเข้าไปแล้ว หากพบให้อัพเกรด ก็จัดการอัพเกรดได้เลยครับ ไม่มีปัญหา ทำตามขั้นตอนจนจบ แล้วก็จะเห็นหน้าตา Dashboard ของรุ่น 2.7 
ลองเล่นกันดูนะครับ เตรียมตัวก่อนได้สัมผัสรุ่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>WordPress มีกำหนดจะปล่อยรุ่น 2.7 ในเดือนหน้า แต่ตอนนี้เราสามารถทดลองใช้ ดูหน้าตา Dashboard ใหม่ ๆ ได้ สำหรับรุ่นนี้ ได้มีการเปลี่ยนชื่อเมนูสำหรับเปลี่ยนธีม เป็นชื่อใหม่อีกแล้ว จากที่เคยเป็น Presentation มาเป็น Design และล่าสุดเป็นชื่อ Appearance ซึ่งผมเคยคิดเรื่องเมนูภาษาไทยสำหรับ WordPress ที่แปล Design เป็น &#8220;การออกแบบ&#8221; ว่าน่าจะแปลว่า &#8220;การแสดงผล&#8221; มากกว่า คือไม่ได้แปลตามศัพท์นะ แต่แปลตามความหมายน่ะครับ</p>
<p>สำหรับเว็บทดสอบรุ่น 2.7 คือ  <a href="http://wp.chrisjohnston.org/wp-admin/" target="_blank">WordPress Demo Site</a> เมื่อเข้าไปแล้ว ให้ป้อน: <strong>Username</strong> : admin <strong>Password</strong> : demo เมื่อล็อกอินเข้าไปแล้ว หากพบให้อัพเกรด ก็จัดการอัพเกรดได้เลยครับ ไม่มีปัญหา ทำตามขั้นตอนจนจบ แล้วก็จะเห็นหน้าตา Dashboard ของรุ่น 2.7 </p>
<p>ลองเล่นกันดูนะครับ เตรียมตัวก่อนได้สัมผัสรุ่น 2.7 ในบล็อกของคุณเอง</p>
<img src="http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~4/424386380" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xirbit.com/2008/10/18/162/feed</wfw:commentRss>
		<feedburner:awareness>http://api.feedburner.com/awareness/1.0/GetItemData?uri=xirbitcom&amp;itemurl=http%3A%2F%2Fxirbit.com%2F2008%2F10%2F18%2F162</feedburner:awareness><feedburner:origLink>http://xirbit.com/2008/10/18/162</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>การทำ Related Posts</title>
		<link>http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~3/422147707/160</link>
		<comments>http://xirbit.com/2008/10/16/160#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 16 Oct 2008 01:36:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[WordPress Plugins]]></category>

		<category><![CDATA[Plugins]]></category>

		<category><![CDATA[Related Posts]]></category>

		<category><![CDATA[Simple Tags]]></category>

		<category><![CDATA[WordPress]]></category>

		<category><![CDATA[บทความที่เกี่ยวข้องกัน]]></category>

		<category><![CDATA[ปลั๊กอินส์]]></category>

		<category><![CDATA[ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xirbit.com/2008/10/16/160</guid>
		<description><![CDATA[Related Posts คือ บทความ (เรื่อง) ที่เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กันกับบทความปัจจุบัน ดังที่เราเห็นอยู่ตามเว็บต่าง ๆ ที่มีลิงก์บทความที่มีเนื้อหาคล้าย ๆ กันอยู่ท้ายบทความปัจจุบัน ซึ่ง Related Posts นี้ จะทำให้ผู้อ่านได้อ่านเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ง่าย ส่งผลให้ค่า page views ของเว็บมากขึ้น
การทำ Related Posts นั้นทำไม่ยาก ใช้ปลั๊กอิน Simple Tags ติดตั้งแล้วปรับแต่งธีมอีกนิดหน่อย ก็สามารถที่จะมี Related Posts เหมือนกับเว็บอื่น ๆ แล้ว

การใช้ปลั๊กอิน Simple Tags ในการทำ Related Posts นั้น ปลั๊กอินจะใช้ tags ในแต่ละบทความนั้นเป็นตัวเชื่อมกันและนำชื่อเรื่องบทความอื่น ๆ ที่มี tags เหมือนกันกับบทความปัจจุบันมาแสดงท้ายบทความ เช่น เราเขียนบทความเกี่ยวกับการติดตั้ง WordPress ไว้ และกำหนด tags เป็น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Related Posts</strong> คือ บทความ (เรื่อง) ที่เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กันกับบทความปัจจุบัน ดังที่เราเห็นอยู่ตามเว็บต่าง ๆ ที่มีลิงก์บทความที่มีเนื้อหาคล้าย ๆ กันอยู่ท้ายบทความปัจจุบัน ซึ่ง Related Posts นี้ จะทำให้ผู้อ่านได้อ่านเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ง่าย ส่งผลให้ค่า page views ของเว็บมากขึ้น</p>
<p>การทำ Related Posts นั้นทำไม่ยาก ใช้ปลั๊กอิน <a href="http://www.herewithme.fr/wordpress-plugins/simple-tags" target="_blank"><strong>Simple Tags</strong></a> ติดตั้งแล้วปรับแต่งธีมอีกนิดหน่อย ก็สามารถที่จะมี Related Posts เหมือนกับเว็บอื่น ๆ แล้ว<br />
<span id="more-160"></span><br />
การใช้ปลั๊กอิน Simple Tags ในการทำ Related Posts นั้น ปลั๊กอินจะใช้ tags ในแต่ละบทความนั้นเป็นตัวเชื่อมกันและนำชื่อเรื่องบทความอื่น ๆ ที่มี tags เหมือนกันกับบทความปัจจุบันมาแสดงท้ายบทความ เช่น เราเขียนบทความเกี่ยวกับการติดตั้ง WordPress ไว้ และกำหนด tags เป็น &#8220;การติดตั้ง&#8221; เมื่อเราเขียนบทความเกี่ยวกับการติดตั้งปลั๊กอิน เรากำหนด tags เป็น &#8220;การติดตั้ง&#8221; อีก เมื่อผู้อ่าน ๆ บทความเกี่ยวกับการติดตั้งปลั๊กอิน บทความที่เกี่ยวข้องหรือ Related Posts ด้านล่างของบทความ ก็จะมีชื่อเรื่องเกี่ยวกับการติดตั้ง WordPress ด้วยเช่นกัน ที่เป็นเช่นนี้เพราะเราตั้ง tags คือ &#8220;การติดตั้ง&#8221; เหมือนกัน</p>
<p><a rel="lightbox" href="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/10/related-posts-01.jpg"><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/10/related-posts-01-thumbnail.jpg" alt="" /></a></p>
<p>เมื่อทำการติดตั้งปลั๊กอินเสร็จแล้ว ให้ Activate ปลั๊กอิน คลิกไปที่เมนู Settings จะมีเมนูย่อย Simple Tags ปรากฏอยู่ ให้คลิกที่ Simple Tags แล้วคลิกเมนู Related Posts </p>
<p><a rel="lightbox" href="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/10/related-posts-02.jpg"><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/10/related-posts-02-thumbnail.jpg" alt="" /></a></p>
<p>มีตัวเลือกอยู่หลายอย่าง จะกล่าวเฉพาะที่จำเป็นดังนี้</p>
<ul>
<li><strong>Post link format</strong> เป็นรูปแบบในการแสดงผลลิงก์บทความที่เกี่ยวข้อง</li>
<li><strong>Maximum number of related posts to display (defualt :5)</strong> กำหนดจำนวนลิงก์บทความที่เกี่ยวข้อง ค่าเริ่มต้นคือ 5 </li>
<li><strong>Enter the text to show when there is no related post</strong> กำหนดข้อความที่จะให้แสดงเมื่อไม่มีบทความที่เกี่ยวข้อง</li>
<li><strong>Enter the positioned title before the list, leave blank for no title</strong> กำหนดข้อความที่จะเป็นหัวข้อเรื่องของ Related Posts เช่น &#8220;บทความที่เกี่ยวข้องกัน&#8221;, &#8220;เรื่องที่เกี่ยวข้อง&#8221;, &#8220;เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ&#8221; เป็นต้น หากไม่ต้องการให้แสดงหัวข้อเรื่อง ก็ให้ปล่อยว่างไว้ ไม่ต้องป้อนข้อความใด ๆ</li>
</ul>
<p><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/10/related-posts-03.jpg" alt="" /></p>
<p>จากนั้นให้เปิดไฟล์ single.php ที่อยู่ในโฟลเดอร์ของธีม (Theme) ที่ต้องการหรือกำลังใช้งานอยู่ ด้วย Text Editor หรือ Theme Editor นำโค้ดดังต่อไปนี้</p>
<pre><code>&lt;?php st_related_posts(); ?&gt;</code></pre>
<p>แทรกไว้ก่อนหน้าโค้ด</p>
<pre><code>&lt;?php comments_template(); ?&gt;</code></pre>
<p>ซึ่ง st_related_posts() คือฟังก์ชั่นที่จะแสดง Related Posts ทั้งในส่วนของหัวข้อเรื่อง และลิงก์ไปยังบทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง</p>
<p><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/10/related-posts-04.jpg" alt="" /></p>
<p>ตัวอย่างของการทำ Related Posts โดยใช้ปลั๊กอิน Simple Tags ซึ่งจะเห็นได้ว่า การใช้งานไม่ยากจนเกินไป มีการปรับแต่งไฟล์ของธีมเล็กน้อยเท่านั้น</p>
<img src="http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~4/422147707" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xirbit.com/2008/10/16/160/feed</wfw:commentRss>
		<feedburner:awareness>http://api.feedburner.com/awareness/1.0/GetItemData?uri=xirbitcom&amp;itemurl=http%3A%2F%2Fxirbit.com%2F2008%2F10%2F16%2F160</feedburner:awareness><feedburner:origLink>http://xirbit.com/2008/10/16/160</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>WordPress ภาษาไทย</title>
		<link>http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~3/415682914/158</link>
		<comments>http://xirbit.com/2008/10/09/158#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 09 Oct 2008 11:00:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[WordPress]]></category>

		<category><![CDATA[การติดตั้ง]]></category>

		<category><![CDATA[ภาษาไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xirbit.com/2008/10/09/158</guid>
		<description><![CDATA[ตอนนี้ได้มีคนไทยพัฒนา WordPress ให้แสดงผลภาษาไทย (ใหม่) แล้ว ที่ต้องวงเล็บก็คือ ก่อนนั้นก็มีผู้ทำภาษาไทยคนแรก (ที่ผมรู้จัก) คือคุณ Isriya Paireepairit มีบทความเขียนถึงภาษาไทยชุดแรกคือ Thai Language in WordPress
ชุดภาษาไทยล่าสุดนี้ ทีมพัฒนา WordPress ภาษาไทย คือ คุณอัครวุฒิ ตำราเรียงและคุณพิศาล เชื้อชาติไชย (ทั้งสองท่านนี้จะไปพูดคุยในงาน WordCamp Bangkok 2008 ด้วย) จากการที่ได้ดาวน์โหลดมาลองใช้ดูแล้ว ก็ดีมากครับ เมนูและคำอธิบายต่าง ๆ เป็นภาษาไทย (แม้จะไม่ 100% ก็ตาม บางคำแปลให้ความหมายยากเลยคงภาษาเดิมเอาไว้เช่น Widgets) แต่ผู้ที่เคยใช้ภาษาอังกฤษมาก่อน ก็อาจจะงงเล็กน้อย (แปลกตา) สักพักก็คงชินไปเอง

ภาษาไทยชุดนี้จะต้องเป็นชุดเต็มครับ รวมอยู่ใน WordPress รุ่น 2.6.2 แล้ว หากใครยังไม่เคยติดตั้ง ดาวน์โหลดชุดภาษาไทย มาติดตั้ง WordPress ก็จะเป็นภาษาไทยทันที แต่หากใครที่ติดตั้งรุ่น 2.6.2 แล้วก็สามารถดาวน์โหลดมาได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตอนนี้ได้มีคนไทยพัฒนา <a href="http://www.wordpress.org">WordPress</a> ให้แสดงผลภาษาไทย (ใหม่) แล้ว ที่ต้องวงเล็บก็คือ ก่อนนั้นก็มีผู้ทำภาษาไทยคนแรก (ที่ผมรู้จัก) คือคุณ <a href="http://www.isriya.com" target="_blank">Isriya Paireepairit</a> มีบทความเขียนถึงภาษาไทยชุดแรกคือ <a href="http://www.blogrhino.com/blogware/wordpress/thai-language-in-wordpress/" target="_blank">Thai Language in WordPress</a></p>
<p>ชุดภาษาไทยล่าสุดนี้ <a href="http://www.wordpressthai.org/">ทีมพัฒนา WordPress ภาษาไทย</a> คือ คุณอัครวุฒิ ตำราเรียงและคุณพิศาล เชื้อชาติไชย (ทั้งสองท่านนี้จะไปพูดคุยในงาน <a href="http://wordcamp.kapook.com/th/">WordCamp Bangkok 2008</a> ด้วย) จากการที่ได้ดาวน์โหลดมาลองใช้ดูแล้ว ก็ดีมากครับ เมนูและคำอธิบายต่าง ๆ เป็นภาษาไทย (แม้จะไม่ 100% ก็ตาม บางคำแปลให้ความหมายยากเลยคงภาษาเดิมเอาไว้เช่น Widgets) แต่ผู้ที่เคยใช้ภาษาอังกฤษมาก่อน ก็อาจจะงงเล็กน้อย (แปลกตา) สักพักก็คงชินไปเอง<br />
<span id="more-158"></span><br />
ภาษาไทยชุดนี้จะต้องเป็นชุดเต็มครับ รวมอยู่ใน WordPress รุ่น 2.6.2 แล้ว หากใครยังไม่เคยติดตั้ง <a href="http://sourceforge.net/project/showfiles.php?group_id=224407">ดาวน์โหลดชุดภาษาไทย</a> มาติดตั้ง WordPress ก็จะเป็นภาษาไทยทันที แต่หากใครที่ติดตั้งรุ่น 2.6.2 แล้วก็สามารถดาวน์โหลดมาได้ แล้วนำมาแยกติดตั้งเองต่างหาก</p>
<p><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/10/wordpress-thai-001.jpg" alt="WordPress ภาษาไทย" /></p>
<p>ในชุดที่ดาวน์โหลดมา จะเป็นภาษาไทยทั้งหมดตั้งแต่ตอนติดตั้ง WordPress ทำให้ติดตั้งได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยคุ้นกับภาษาอังกฤษ</p>
<p><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/10/wordpress-thai-002.jpg" alt="แสดงเมนูต่าง ๆ เป็นภาษาไทย" /></p>
<p>เมนูต่าง ๆ เป็นภาษาไทย ง่ายต่อการเรียกใช้งาน</p>
<p><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/10/wordpress-thai-003.jpg" alt="หน้าเขียนบทความเป็นภาษาไทย" /></p>
<p>หน้าต่างสำหรับเขียนบทความเป็นภาษาไทย ทำให้ง่ายต่อการเขียนบทความต่าง ๆ เป็นอย่างดี สำหรับ WordPress ภาษาไทย รุ่น 2.6.2 นี้ผมได้เปรียบเทียบกับชุดเดิมต้นฉบับแล้ว มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ทั้งหมด 4 แห่งด้วยกัน</p>
<ol>
<li>wp-config-sample.php มีการกำหนดภาษาในการแสดงผลเป็นภาษาไทยมาให้แล้ว</li>
<li>wp-load.php แสดงข้อความภาษาไทยในกรณีไม่มีไฟล์ wp-config.php</li>
<li>setup-config.php ใน wp-admin </li>
<li>th_TH.mo เพิ่มไฟล์แสดงผลภาษาไทยใน wp-content/langauges</li>
</ol>
<p><strong>สำหรับผู้ใช้รุ่น 2.6.2 อยู่แล้ว</strong></p>
<p>ผู้ที่ใช้รุ่น 2.6.2 เดิมอยู่แล้ว และต้องการใช้ภาษาไทย ให้ดาวน์โหลด Package : Language มา ซึ่งจะได้ไฟล์ th_TH.mo มาเพียงไฟล์เดียว จากนั้น สร้างโฟลเดอร์ย่อย <strong>languages</strong> ในโฟลเดอร์ <strong>wp-content</strong> และเก็บไฟล์ <strong>th_TH.mo</strong> ไว้ในโฟลเดอร์ <strong>languages</strong> (ส่วนผู้ที่ดาวน์โหลดตัวเต็มภาษาไทยมา ก็ไปดึงไฟล์ th_TH.mo มาจากโฟลเดอร์ wp-content/languages ได้เลย ไม่ต้องไปดาวน์โหลดมาอีก ไฟล์เดียวกัน)</p>
<p>เมื่อเตรียมไฟล์ภาษาไทยและเก็บไว้ในโฟลเดอร์ languages เรียบร้อยแล้ว เปิดไฟล์ wp-config.php ที่อยู่ในโฟลเดอร์ที่ติดตั้ง WordPress ขึ้นมาและหาบรรทัด</p>
<pre><code>define ('WPLANG', '');</code></pre>
<p>แทนที่ด้วย</p>
<pre><code>define ('WPLANG', 'th_TH');</code></pre>
<p>แล้วบันทึกไฟล์ การแสดงผลในส่วนของ Dashboard ก็จะเป็นภาษาไทยตามที่ต้องการแล้ว</p>
<p><strong>การยกเลิกภาษาไทย</strong></p>
<p>หากลองแสดงผลภาษาไทยแล้ว อาจจะไม่เข้าใจ หรือไม่คุ้นเคย อยากกลับไปแสดงผลเป็นภาษาอังกฤษนั้น ทำดังนี้</p>
<p>เปิดไฟล์ wp-config.php แล้วหาบรรทัด</p>
<pre><code>define ('WPLANG', 'th_TH');</code></pre>
<p>แทนที่ค่าเดิมด้วย </p>
<pre><code>define ('WPLANG', '');</code></pre>
<p>หรือพบแล้ว เพียงแต่ลบคำว่า <strong>th_TH</strong> ออกแล้วบันทึกไฟล์ การแสดงผลก็จะกลับมาเป็นภาษาอังกฤษตามเดิมแล้ว</p>
<img src="http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~4/415682914" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xirbit.com/2008/10/09/158/feed</wfw:commentRss>
		<feedburner:awareness>http://api.feedburner.com/awareness/1.0/GetItemData?uri=xirbitcom&amp;itemurl=http%3A%2F%2Fxirbit.com%2F2008%2F10%2F09%2F158</feedburner:awareness><feedburner:origLink>http://xirbit.com/2008/10/09/158</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>สร้างแม่แบบ Page</title>
		<link>http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~3/410973712/156</link>
		<comments>http://xirbit.com/2008/10/04/156#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Oct 2008 09:03:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[WordPress]]></category>

		<category><![CDATA[CSS]]></category>

		<category><![CDATA[HTML]]></category>

		<category><![CDATA[Page]]></category>

		<category><![CDATA[Page Template]]></category>

		<category><![CDATA[PHP]]></category>

		<category><![CDATA[แม่แบบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xirbit.com/2008/10/04/156</guid>
		<description><![CDATA[ปกติแล้วเราจะเขียนแต่บทความ (Post) ไม่ค่อยได้เขียนหน้าเพจ (Page) กันบ่อยนัก แต่การเขียนเพจนั้น ทำให้เราสามารถปรับแต่งเพจได้เหมือนกับการเขียนแบบ HTML ธรรมดา แสดงผลได้หลายรูปแบบตามที่เราต้องการ เช่น เพจสำหรับแสดงประวัติบุคคล หรือประวัติผู้บริหาร หน้าแนะนำสินค้า หน้าที่แบ่งเป็น 2 คอลัมน์ 3 คอลัมน์หรือรูปแบบอื่น ๆ ตามที่เราต้องการ นอกจากนี้แล้วเรายังนำเพจที่เราสร้างขึ้นมานั้น นำไปเป็นเพจสำหรับหน้าเว็บหรือบล็อกก็ได้เช่นกัน
หากสิ่งที่กล่าวมาแล้ว อาจจะทำให้นึกภาพไม่ออกว่า เพจที่ปรับแต่งหรือเขียนเพิ่มเติมเอง หน้าตามันเป็นอย่างไร ลองไปที่เว็บตัวอย่างของ WP Remix แล้วลองคลิกเลือกเพจต่าง ๆ ดู

ถ้าจะถามว่าการสร้างรูปแบบเพจเองยากไหม คงตอบว่า ไม่ยากและก็ไม่ง่ายจนเกินไป จะต้องรู้เรื่อง HTML มาบ้าง ยิ่งถ้าได้ CSS ด้วยก็ยิ่งดี เพราะจะทำให้เราสามารถปรับแต่งได้สวยงามยิ่งขึ้น และหากรู้ด้าน php ก็จะทำให้สิ่งต่าง ๆ สะดวกยิ่งขึ้น  การสร้างแม่แบบเพจนั้น มีโครงสร้างดังนี้
&#60;?php
/*
Template Name: ชื่อแม่แบบ
*/
?&#62;
&#60;?php get_header(); ?&#62;

ส่วนข้อความ, html, css, [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ปกติแล้วเราจะเขียนแต่บทความ (Post) ไม่ค่อยได้เขียนหน้าเพจ (Page) กันบ่อยนัก แต่การเขียนเพจนั้น ทำให้เราสามารถปรับแต่งเพจได้เหมือนกับการเขียนแบบ HTML ธรรมดา แสดงผลได้หลายรูปแบบตามที่เราต้องการ เช่น เพจสำหรับแสดงประวัติบุคคล หรือประวัติผู้บริหาร หน้าแนะนำสินค้า หน้าที่แบ่งเป็น 2 คอลัมน์ 3 คอลัมน์หรือรูปแบบอื่น ๆ ตามที่เราต้องการ นอกจากนี้แล้วเรายังนำเพจที่เราสร้างขึ้นมานั้น นำไปเป็นเพจสำหรับหน้าเว็บหรือบล็อกก็ได้เช่นกัน</p>
<p>หากสิ่งที่กล่าวมาแล้ว อาจจะทำให้นึกภาพไม่ออกว่า เพจที่ปรับแต่งหรือเขียนเพิ่มเติมเอง หน้าตามันเป็นอย่างไร ลองไปที่<a href="http://wpremix.com/demo/" target="_blank">เว็บตัวอย่างของ WP Remix</a> แล้วลองคลิกเลือกเพจต่าง ๆ ดู<br />
<span id="more-156"></span></p>
<p>ถ้าจะถามว่าการสร้างรูปแบบเพจเองยากไหม คงตอบว่า ไม่ยากและก็ไม่ง่ายจนเกินไป จะต้องรู้เรื่อง HTML มาบ้าง ยิ่งถ้าได้ CSS ด้วยก็ยิ่งดี เพราะจะทำให้เราสามารถปรับแต่งได้สวยงามยิ่งขึ้น และหากรู้ด้าน php ก็จะทำให้สิ่งต่าง ๆ สะดวกยิ่งขึ้น  การสร้างแม่แบบเพจนั้น มีโครงสร้างดังนี้</p>
<pre><code>&lt;?php
/*
Template Name: ชื่อแม่แบบ
*/
?&gt;
&lt;?php get_header(); ?&gt;

ส่วนข้อความ, html, css, php

&lt;?php get_sidebar(); ?&gt;
&lt;?php get_footer(); ?&gt;</code></pre>
<p>ภาพตัวอย่าง</p>
<p><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/10/page-tpl-001.jpg" alt="โครงสร้างแม่แบบ" /></p>
<p>ชื่อแม่แบบนั้น ตั้งชื่อไว้ ชื่อนี้จะแสดงตอนเลือกรายการแม่แบบเพจ (Page template) ทำให้เราเข้าใจว่าเพจนี้เกี่ยวกับอะไร การแสดงส่วนหัวของเว็บนั้นคือการเรียกฟังก์ชั่น get_header() จากนั้นให้เราป้อนข้อความ, html, css แท็ค php เข้าไปตามรูปแบบที่เราออกแบบไว้ เพจไหนที่ไม่ต้องการให้แสดง sidebar เราก็สามารถตัดคำสั่งในการแสดงผล sidebar ออกไปคือตัด get_sidebar() ออกไป ส่วน get_footer() คือการแสดงส่วนด้านล่างของเว็บ</p>
<p><strong>การบันทึกไฟล์</strong></p>
<p>เมื่อออกแบบตามที่เราต้องการแล้ว ก็บันทึกเป็นไฟล์ .php เก็บไว้ในโฟลเดอร์ของธีมที่เราใช้ปัจจุบัน แม่แบบเพจนี้ หากเราเปลี่ยนธีม แล้วในโฟลเดอร์ของธีมที่เราเปลี่ยนใหม่นั้นไม่มีไฟล์แม่แบบเพจ .php นี้ ก็จะไม่แสดงผลอย่างที่เราออกแบบไว้ แต่จะแสดงหน้าเพจเปล่า ๆ ตามค่าแม่แบบเพจเริ่มต้นของธีมใหม่นั้น</p>
<p><strong>การเรียกใช้แม่แบบ</strong></p>
<p>หลังจากที่เราได้แม่แบบที่เราต้องการและบันทึกไว้ในธีมแล้ว การใช้งาน ให้ไปเลือกสร้างเพจใหม่โดยเลือกเมนู Write->Page  ตั้งชื่อเพจขึ้นมา แล้วเลื่อนไปด้านล่าง โดยที่เราไม่ต้องป้อนเนื้อหาของเพจ เพราะเราได้ปรับแต่งและเขียนไว้ในเพจที่เป็นแม่แบบอยู่แล้ว </p>
<p><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/10/page-tpl-002.jpg" alt="เลือกแม่แบบเพจ" /></p>
<p>แล้วคลิกที่รายการ &#8220;Page Template&#8221; แล้วเลือกแม่แบบที่เราสร้างเอาไว้ แล้วคลิกปุ่ม &#8220;Publish&#8221; การสร้างแม่แบบเพจนั้น ช่วยให้เว็บมีเพจในรูปแบบต่าง ๆ ตามการใช้งาน </p>
<p>กรณีที่ยังไม่นึกว่าจะเขียนแบบไหนดี ลองดูตัวอย่างจาก WP Remix แล้วลองเปิด Source Code แกะการใช้ CSS ในการจัดรูปแบบต่าง ๆ แล้วดึงไฟล์ style.css มาดู Code CSS ว่าตรงไหนทำให้การแสดงผลอย่างไร แล้วนำ Code เหล่านั้นมาใส่ในไฟล์ style.css ในธีมปัจจุบันของเรา แล้วลองเขียนดู ค่อย ๆ ศึกษาไป สักวันก็จะเก่งเองครับ ค่อย ๆ เรียนลัดไป ถ้าเก่งแล้วก็คงเขียน CSS เองได้ไม่ยาก</p>
<img src="http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~4/410973712" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xirbit.com/2008/10/04/156/feed</wfw:commentRss>
		<feedburner:awareness>http://api.feedburner.com/awareness/1.0/GetItemData?uri=xirbitcom&amp;itemurl=http%3A%2F%2Fxirbit.com%2F2008%2F10%2F04%2F156</feedburner:awareness><feedburner:origLink>http://xirbit.com/2008/10/04/156</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>แก้ไขภาษาไทยในธีม WordPress</title>
		<link>http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~3/401422483/155</link>
		<comments>http://xirbit.com/2008/09/24/155#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 24 Sep 2008 03:56:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[WordPress]]></category>

		<category><![CDATA[NOTEPAD++]]></category>

		<category><![CDATA[Total Commander]]></category>

		<category><![CDATA[ธีม]]></category>

		<category><![CDATA[ภาษาไทย]]></category>

		<category><![CDATA[แก้ไข]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xirbit.com/2008/09/24/155</guid>
		<description><![CDATA[ธีม (Theme) ที่เราเลือกนั้น ไม่ได้เป็นภาษาไทย (ที่เป็นของฟรีจากต่างประเทศ)  แต่หากต้องการปรับแต่งข้อความต่าง ๆ ให้เป็นภาษาไทย ก็สามารถทำได้ ไม่ยาก ผู้ใช้บางท่านอาจจะแก้ไขใน Theme Editor ที่อยู่ใน Dashboard บางท่านก็อาจจะใช้ Text Editor ต่างๆ แก้ไขไฟล์ ซึ่งก็แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละบุคคล ในบทความนี้จะแสดงการแก้ไขภาษาไทยในธีมโดยใช้ Text Editor

Text Editor ที่จะแนะนำคือ NOTEPAD++ ของฟรีและใช้ง่ายอีกด้วย หลักของการใช้ Text Editor ตัวนี้ก็คือ ก่อนแก้ไขภาษาไทย ให้เปลี่ยนรหัสตัวอักษรจาก ANSI ไปเป็น UTF-8 กันก่อน แล้วแก้ไขภาษาไทย เมื่อแก้ไขเสร็จ ก็ให้เปลี่ยนรหัสตัวอักษรจาก UTF-8 กลับมาเป็น ANSI แล้วบันทึกไฟล์ จึงนำไปใช้ได้ ที่ต้องทำเช่นนี้เพราะ การแก้ไขไฟล์ หากใช้ทั้ง Theme Editor และ Text Editor [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ธีม (Theme) ที่เราเลือกนั้น ไม่ได้เป็นภาษาไทย (ที่เป็นของฟรีจากต่างประเทศ)  แต่หากต้องการปรับแต่งข้อความต่าง ๆ ให้เป็นภาษาไทย ก็สามารถทำได้ ไม่ยาก ผู้ใช้บางท่านอาจจะแก้ไขใน Theme Editor ที่อยู่ใน Dashboard บางท่านก็อาจจะใช้ Text Editor ต่างๆ แก้ไขไฟล์ ซึ่งก็แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละบุคคล ในบทความนี้จะแสดงการแก้ไขภาษาไทยในธีมโดยใช้ Text Editor<br />
<span id="more-155"></span></p>
<p>Text Editor ที่จะแนะนำคือ <a href="http://notepad-plus.sourceforge.net/uk/site.htm" target="_blank">NOTEPAD++</a> ของฟรีและใช้ง่ายอีกด้วย หลักของการใช้ Text Editor ตัวนี้ก็คือ ก่อนแก้ไขภาษาไทย ให้เปลี่ยนรหัสตัวอักษรจาก ANSI ไปเป็น UTF-8 กันก่อน แล้วแก้ไขภาษาไทย เมื่อแก้ไขเสร็จ ก็ให้เปลี่ยนรหัสตัวอักษรจาก UTF-8 กลับมาเป็น ANSI แล้วบันทึกไฟล์ จึงนำไปใช้ได้ ที่ต้องทำเช่นนี้เพราะ การแก้ไขไฟล์ หากใช้ทั้ง Theme Editor และ Text Editor แก้ไขไฟล์ ในบางครั้งจะมีการเขียนตัวอักษรที่จุดเริ่มต้นของไฟล์ขึ้นมา หากเปิดไฟล์ใน Text Editor จะไม่เห็นตัวอักษรนี้ แต่เมื่อนำไฟล์ไปใช้ ในบางครั้งจะทำให้การแสดงผลผิดพลาดขึ้นมาได้ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องเส้นผมบังภูเขาก็ได้</p>
<p><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/09/edit-themes-thai01.jpg" alt="เปรียบเทียบไฟล์หลังจากที่บันทึกด้วย Notepad จาก Windows" /></p>
<p>ภาพนี้แสดงตัวอย่างการเปรียบเทียบไฟล์ที่แก้ไขภาษาไทยแล้ว ลองเปิดด้วย Notepad ของ Windows ขึ้นมา แล้วบันทึกกลับไปอีกครั้ง ลองเทียบกับไฟล์เดิมที่เก็บไว้คนละโฟลเดอร์โดยใช้ <a href="http://www.ghisler.com" target="_blank">Total Commander</a> จะมีการบันทึกตัวอักษรไว้ที่ต้นไฟล์ จากประสบการณ์ที่เคยพบ ทำให้การแสดงผลของธีมผิดพลาด กว่าจะหาสาเหตุพบก็เล่นเอามึนไปสักครู่ใหญ่ ๆ เพราะยังไม่เคยเจอที่ไหนแจ้งอาการแบบนี้ (อ่านบทความนี้ก็ไม่ต้องมึนแล้วหล่ะครับ สำหรับผมนั้นใช้ทั้ง Notepad, NOTEPAD++, Edit Plus, Theme Editor แก้ไขธีม)</p>
<p>ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานั้น ลองมาใช้ NOTEPAD++ แก้ปัญหาดู</p>
<p><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/09/edit-themes-thai02.jpg" alt="ก่อนแก้ไขภาษาไทย" /></p>
<p>ภาพนี้เป็นภาพตัวอย่างก่อนการแก้ไข ซึ่งเป็นบทความที่ใช้ tag More เป็นภาพหน้าบล็อก ซึ่งจะต้องแก้ไขที่ไฟล์ index.php ของธีมที่กำลังใช้งานอยู่</p>
<p><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/09/edit-themes-thai03.jpg" alt="ตัวอย่างหลังแก้ไขภาษาไทย" /></p>
<p>ภาพตัวอย่างหลังจากที่ได้แก้ไขเป็นภาษาไทยแล้ว ใครจะแก้ไขเป็นคำพูดแบบไหนก็แล้วแต่ ตามสะดวก บางท่านใช้คำสั้น ๆ &#8220;อ่านต่อ&#8221; ก็ได้ใจความดี ง่ายไปอีกแบบ</p>
<p><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/09/edit-themes-thai04.jpg" alt="เปลี่ยนรหัสเป็น UTF-8" /></p>
<p>หลังจากที่เปิดโปรแกรม NOTEPAD++ และเปิดไฟล์ที่ต้องการแก้ไข (index.php) ขึ้นมาแล้ว ให้เลือกเมนู Format -> Encode in UTF-8 เพื่อเป็นการแปลงรหัสอักษรเป็น UTF-8 จากนั้นจึงพิมพ์ภาษาไทยลงไป ที่ต้องแปลงเพราะรหัสอักษรที่แสดงในบล็อกนั้นแสดงเป็นรหัส UTF-8 หากไม่แปลงรหัสเป็น UTF-8 ก่อนพิมพ์ภาษาไทย เวลาแสดงหน้าบล็อกภาษาไทยจะอ่านไม่ออก</p>
<p><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/09/edit-themes-thai05.jpg" alt="เปลี่ยนรหัสเป็น ANSI" /></p>
<p>หลังจากแก้ไขภาษาไทยเสร็จแล้ว ให้เลือกเมนู Format -> Encode in ANSI เป็นการแปลงรหัสตัวอักษรเป็น ANSI อีกครั้ง</p>
<p><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/09/edit-themes-thai06.jpg" alt="ภาษาไทยเมื่อแปลงรหัสเป็น ANSI" /></p>
<p>เมื่อแปลงรหัสจาก UTF-8 เป็น ANSI  ตัวอักษรภาษาไทยที่แก้ไขแล้วจะอ่านไม่ออก ซึ่งก็ไม่ต้องตกใจ ไม่มีอะไรผิดพลาด ตอนนี้ก็บันทึกไฟล์ได้เลย จะไม่มีการเขียนตัวอักษรเพิ่มที่ต้นไฟล์ (ดังภาพที่นำมาเปรียบเทียบด้านบน) ซึ่งเมื่อไฟล์นี้อัพโหลดแล้วแสดงบนบล็อก ข้อความภาษาไทยก็จะแสดงได้อย่างถูกต้อง</p>
<p>การแก้ไขภาษาไทยนี้ หากแก้ไขไม่บ่อย และใช้ Theme Editor อย่างเดียวก็ไม่เกิดปัญหาแต่อย่างใด ถึงอย่างไรก็ตาม ก็ลองเก็บเอาไว้เป็นความรู้ก็ได้ครับ เผื่อเกิดปัญหา ก็จะได้พอมีทางออก</p>
<img src="http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~4/401422483" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xirbit.com/2008/09/24/155/feed</wfw:commentRss>
		<feedburner:awareness>http://api.feedburner.com/awareness/1.0/GetItemData?uri=xirbitcom&amp;itemurl=http%3A%2F%2Fxirbit.com%2F2008%2F09%2F24%2F155</feedburner:awareness><feedburner:origLink>http://xirbit.com/2008/09/24/155</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>แสดงความคิดเห็นโดยไม่ต้องตรวจสอบ</title>
		<link>http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~3/396077525/154</link>
		<comments>http://xirbit.com/2008/09/18/154#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 18 Sep 2008 10:05:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[WordPress]]></category>

		<category><![CDATA[Comment]]></category>

		<category><![CDATA[Comment Approve]]></category>

		<category><![CDATA[ความคิดเห็น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xirbit.com/2008/09/18/154</guid>
		<description><![CDATA[การแสดงความคิดเห็นในบล็อกนั้น ควรจะต้องมีการตรวจสอบก่อน เพราะอาจจะมีคำไม่เหมาะสม หรือคำที่ไม่ต้องการ ในเว็บที่มีคนเข้าเยอะ หรือคนแสดงความเห็นบ่อย ๆ เจ้าของบล็อกอาจจะไม่มีเวลาในการตรวจสอบความเห็นทุก ๆ ครั้งที่มีผู้ชมแสดงความคิดเห็น ดังนั้นก็อาจจะตั้งค่าให้บล็อกแสดงความเห็นขึ้นทันทีที่โพสต์ โดยไม่ต้องคอยตรวจสอบอีกต่อไป
การตั้งค่าบล็อกที่ไม่ต้องคอยให้เจ้าของต้องตรวจสอบความเห็นนั้น ทำดังนี้ 
เลือกเมนู Settings -> Discussion แล้วยกเลิกเครื่องหมายถูกหน้า An administrator must always approve the comment ในหัวข้อ Before a comment appears

เมื่อยกเลิกแล้ว ผู้ชมแสดงความเห็นก็จะเห็นข้อความที่ตนเองแสดงได้ทันที
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การแสดงความคิดเห็นในบล็อกนั้น ควรจะต้องมีการตรวจสอบก่อน เพราะอาจจะมีคำไม่เหมาะสม หรือคำที่ไม่ต้องการ ในเว็บที่มีคนเข้าเยอะ หรือคนแสดงความเห็นบ่อย ๆ เจ้าของบล็อกอาจจะไม่มีเวลาในการตรวจสอบความเห็นทุก ๆ ครั้งที่มีผู้ชมแสดงความคิดเห็น ดังนั้นก็อาจจะตั้งค่าให้บล็อกแสดงความเห็นขึ้นทันทีที่โพสต์ โดยไม่ต้องคอยตรวจสอบอีกต่อไป</p>
<p>การตั้งค่าบล็อกที่ไม่ต้องคอยให้เจ้าของต้องตรวจสอบความเห็นนั้น ทำดังนี้ </p>
<p>เลือกเมนู Settings -> Discussion แล้วยกเลิกเครื่องหมายถูกหน้า An administrator must always approve the comment ในหัวข้อ Before a comment appears</p>
<p><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/09/comment-no-approve.jpg" alt="ยกเลิกตรวจสอบความคิดเห็น" /></p>
<p>เมื่อยกเลิกแล้ว ผู้ชมแสดงความเห็นก็จะเห็นข้อความที่ตนเองแสดงได้ทันที</p>
<img src="http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~4/396077525" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xirbit.com/2008/09/18/154/feed</wfw:commentRss>
		<feedburner:awareness>http://api.feedburner.com/awareness/1.0/GetItemData?uri=xirbitcom&amp;itemurl=http%3A%2F%2Fxirbit.com%2F2008%2F09%2F18%2F154</feedburner:awareness><feedburner:origLink>http://xirbit.com/2008/09/18/154</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>ขยายกรอบเขียนบทความให้ใหญ่ขึ้น</title>
		<link>http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~3/393987766/152</link>
		<comments>http://xirbit.com/2008/09/16/152#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Sep 2008 08:03:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[WordPress]]></category>

		<category><![CDATA[Post Box]]></category>

		<category><![CDATA[กรอบเขียนบทความ]]></category>

		<category><![CDATA[เขียนบทความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xirbit.com/2008/09/16/152</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อเราเขียนบทความในกรอบเขียนบทความ หรือ Post Box นั้น ในบางครั้ง กรอบที่มีอยู่อาจจะเล็กไป ทำให้เห็นบทความทั้งหมดไม่ชัดเจน ไม่เพียงพอแก่ความต้องการ อาจจะต้องการที่จะขยายกรอบนั้นให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เพื่อสะดวกในการเห็นภาพรวมของบทความ 

กรอบสำหรับโพสต์บทความ ที่อาจจะเล็กไปในบางครั้ง โดยเฉพาะที่มีการแทรกรูปภาพประกอบ
มีวิธีในการขยายกรอบเขียนบทความมาแนะนำด้วยกัน 3 วิธี

1. เลือกเมนู Settings -&#62; Writing  แล้วกรอกตัวเลข 30 ในช่อง Size of the post box  (หรือตัวเลขอื่น ๆ ที่เห็นสมควร ค่าเริ่มต้นของตัวเลขในช่องนี้คือ 10 บรรทัด)

2. ในโหมด Visual ให้คลิกเม้าส์ที่มุมกรอบเขียนบทความด้านล่างขวา แล้วลากลงขยายตามความต้องการ

3. ในโหมด Visual ให้คลิกที่ปุ่มโหมด FullScreen จะเป็นการขยายกรอบเขียนบทความเต็มหน้าจอภาพ หากต้องการกลับไปยังกรอบขนาดเดิม ให้คลิกที่ปุ่มโหมด FullScreen อีกครั้ง
ลองนำไปประยุกต์ใช้งานตามวิธีการที่เห็นสมควร คงจะช่วยให้เขียนบทความได้สะดวกกว่าเดิมเป็นแน่
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อเราเขียนบทความในกรอบเขียนบทความ หรือ Post Box นั้น ในบางครั้ง กรอบที่มีอยู่อาจจะเล็กไป ทำให้เห็นบทความทั้งหมดไม่ชัดเจน ไม่เพียงพอแก่ความต้องการ อาจจะต้องการที่จะขยายกรอบนั้นให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เพื่อสะดวกในการเห็นภาพรวมของบทความ </p>
<p><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/09/resize-postbox-001.jpg" alt="ภาพ post box" /></p>
<p>กรอบสำหรับโพสต์บทความ ที่อาจจะเล็กไปในบางครั้ง โดยเฉพาะที่มีการแทรกรูปภาพประกอบ</p>
<p>มีวิธีในการขยายกรอบเขียนบทความมาแนะนำด้วยกัน 3 วิธี</p>
<p><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/09/resize-postbox-002.jpg" alt="ขยายด้วยการเพิ่มบรรทัด" /></p>
<p>1. เลือกเมนู Settings -&gt; Writing  แล้วกรอกตัวเลข 30 ในช่อง Size of the post box  (หรือตัวเลขอื่น ๆ ที่เห็นสมควร ค่าเริ่มต้นของตัวเลขในช่องนี้คือ 10 บรรทัด)</p>
<p><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/09/resize-postbox-003.jpg" alt="ขยายด้วยการลากมุมของ post box" /></p>
<p>2. ในโหมด Visual ให้คลิกเม้าส์ที่มุมกรอบเขียนบทความด้านล่างขวา แล้วลากลงขยายตามความต้องการ</p>
<p><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/09/resize-postbox-004.jpg" alt="ขยายด้วยการเข้าสู่โหมด FullScreen" /></p>
<p>3. ในโหมด Visual ให้คลิกที่ปุ่มโหมด FullScreen จะเป็นการขยายกรอบเขียนบทความเต็มหน้าจอภาพ หากต้องการกลับไปยังกรอบขนาดเดิม ให้คลิกที่ปุ่มโหมด FullScreen อีกครั้ง</p>
<p>ลองนำไปประยุกต์ใช้งานตามวิธีการที่เห็นสมควร คงจะช่วยให้เขียนบทความได้สะดวกกว่าเดิมเป็นแน่</p>
<img src="http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~4/393987766" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xirbit.com/2008/09/16/152/feed</wfw:commentRss>
		<feedburner:awareness>http://api.feedburner.com/awareness/1.0/GetItemData?uri=xirbitcom&amp;itemurl=http%3A%2F%2Fxirbit.com%2F2008%2F09%2F16%2F152</feedburner:awareness><feedburner:origLink>http://xirbit.com/2008/09/16/152</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>WordCamp Bangkok 2008</title>
		<link>http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~3/392819268/150</link>
		<comments>http://xirbit.com/2008/09/15/150#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Sep 2008 03:04:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[WordPress]]></category>

		<category><![CDATA[WordCamp]]></category>

		<category><![CDATA[WordCamp Bangkok]]></category>

		<category><![CDATA[WordCamp Bangkok Thailand]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xirbit.com/2008/09/15/150</guid>
		<description><![CDATA[WordCamp Bangkok 2008 งานชุมนุมคนใช้ WordPress ครั้งแรกในไทย จัดขึ้นที่ ณ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ในวันที่ 19 ตุลาคม 2551 งานนี้ตั้งเป้าผู้ร่วมงานประมาณ 150 คน จะเป็นการเชิญเข้าร่วมงานเท่านั้น ดังนั้น ใครสนใจจะเข้าร่วม เชิญอ่านรายละเอียดของงานและลงทะเบียนเพื่อรอติดต่อกลับเชิญเข้าร่วมงานได้ที่ WordCamp Bangkok 2008
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" title="WordCampBangkok 2008" src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/09/wordcampbangkok2008.jpg" alt="" width="196" height="157" />WordCamp Bangkok 2008 งานชุมนุมคนใช้ WordPress ครั้งแรกในไทย จัดขึ้นที่ ณ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ในวันที่ 19 ตุลาคม 2551 งานนี้ตั้งเป้าผู้ร่วมงานประมาณ 150 คน จะเป็นการเชิญเข้าร่วมงานเท่านั้น ดังนั้น ใครสนใจจะเข้าร่วม เชิญอ่านรายละเอียดของงานและลงทะเบียนเพื่อรอติดต่อกลับเชิญเข้าร่วมงานได้ที่ <a title="WordCamp Bangkok 2008" href="http://wordcamp.kapook.com/th/welcome/" target="_blank">WordCamp Bangkok 2008</a></p>
<img src="http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~4/392819268" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xirbit.com/2008/09/15/150/feed</wfw:commentRss>
		<feedburner:awareness>http://api.feedburner.com/awareness/1.0/GetItemData?uri=xirbitcom&amp;itemurl=http%3A%2F%2Fxirbit.com%2F2008%2F09%2F15%2F150</feedburner:awareness><feedburner:origLink>http://xirbit.com/2008/09/15/150</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>การเปลี่ยนธีม</title>
		<link>http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~3/387445106/148</link>
		<comments>http://xirbit.com/2008/09/09/148#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Sep 2008 08:03:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[WordPress]]></category>

		<category><![CDATA[Themes]]></category>

		<category><![CDATA[การเปลี่ยนธีม]]></category>

		<category><![CDATA[ธีม]]></category>

		<category><![CDATA[รูปแบบแสดงผล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xirbit.com/2008/09/09/148</guid>
		<description><![CDATA[การเปลี่ยนธีมนี้ เป็นการเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลของบล็อก เพื่อให้ดูสวยงามมากยิ่งขึ้นหรือเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศกัน การเปลี่ยนธีมนี้ ไม่ยากเลย ลองมาดูขั้นตอนการเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลหน้าบล็อกกัน

ที่หน้า Dashboard เลือกเมนู Design หรือคลิกที่ Change Theme เพื่อไปยังหน้าเพจสำหรับเปลี่ยนธีม

หลังจากเลือกเมนู Design หรือคลิก Change Theme แล้วเปิดไปยังหน้าแสดงรายการธีมต่าง ๆ ธีมด้านบน คือธีมที่กำลังใช้งานอยู่ ส่วนด้านล่างคือรายการธีมต่าง ๆ ที่เราสามารถเลือกใช้ได้

คลิกบนรูปภาพของธีมที่ต้องการ

WordPress จะแสดงรูปภาพตัวอย่างของธีมก่อนการใช้งานจริง เราสามารถเลื่อน scrollbar ลงมาเพื่อดูหน้าบล็อกทั้งหมด หรือคลิกบนหัวข้อบทความ เพื่อดูตัวอย่างการแสดงผลบทความ หลังจากที่ได้ดูภาพตัวอย่างแล้ว หากไม่ต้องการธีมนี้ ให้คลิก ปุ่ม กากบาท (หมายเลข 1) หากต้องการใช้ธีมนี้ คลิก &#8220;Activate.. ชื่อธีม&#8221; (หมายเลข 2) ให้คลิกที่ &#8220;Activate&#8230;&#8221; เพื่อเลือกใช้ธีมนี้แสดงผล

เมื่อเลือกธีมแล้ว จะปรากฏข้อความ &#8220;New theme activated&#8221; ภาพเล็กของธีมที่เลือกจะปรากฏใต้ &#8220;Current Theme&#8221; นั่นหมายความว่า การเลือกธีมใหม่สำเร็จแล้ว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การเปลี่ยนธีมนี้ เป็นการเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลของบล็อก เพื่อให้ดูสวยงามมากยิ่งขึ้นหรือเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศกัน การเปลี่ยนธีมนี้ ไม่ยากเลย ลองมาดูขั้นตอนการเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลหน้าบล็อกกัน</p>
<p><a rel="lightbox" href="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/09/change-themes-001.jpg"><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/09/change-themes-001-thumbnail.jpg" alt="หน้า Dashboard" /></a></p>
<p>ที่หน้า Dashboard เลือกเมนู Design หรือคลิกที่ Change Theme เพื่อไปยังหน้าเพจสำหรับเปลี่ยนธีม</p>
<p><a rel="lightbox" href="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/09/change-themes-002.jpg"><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/09/change-themes-002-thumbnail.jpg" alt="รายการธีมต่าง ๆ" /></a></p>
<p>หลังจากเลือกเมนู Design หรือคลิก Change Theme แล้วเปิดไปยังหน้าแสดงรายการธีมต่าง ๆ ธีมด้านบน คือธีมที่กำลังใช้งานอยู่ ส่วนด้านล่างคือรายการธีมต่าง ๆ ที่เราสามารถเลือกใช้ได้</p>
<p><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/09/change-themes003.jpg" alt="เลือกธีม" /></p>
<p>คลิกบนรูปภาพของธีมที่ต้องการ</p>
<p><a rel="lightbox" href="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/09/change-themes-004.jpg"><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/09/change-themes-004-thumbnail.jpg" alt="ภาพตัวอย่าง" /></a></p>
<p>WordPress จะแสดงรูปภาพตัวอย่างของธีมก่อนการใช้งานจริง เราสามารถเลื่อน scrollbar ลงมาเพื่อดูหน้าบล็อกทั้งหมด หรือคลิกบนหัวข้อบทความ เพื่อดูตัวอย่างการแสดงผลบทความ หลังจากที่ได้ดูภาพตัวอย่างแล้ว หากไม่ต้องการธีมนี้ ให้คลิก ปุ่ม กากบาท (หมายเลข 1) หากต้องการใช้ธีมนี้ คลิก &#8220;Activate.. ชื่อธีม&#8221; (หมายเลข 2) ให้คลิกที่ &#8220;Activate&#8230;&#8221; เพื่อเลือกใช้ธีมนี้แสดงผล</p>
<p><a rel="lightbox" href="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/09/change-themes-005.jpg"><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/09/change-themes-005-thumbnail.jpg" alt="หลังเลือกธีมแล้ว" /></a></p>
<p>เมื่อเลือกธีมแล้ว จะปรากฏข้อความ &#8220;New theme activated&#8221; ภาพเล็กของธีมที่เลือกจะปรากฏใต้ &#8220;Current Theme&#8221; นั่นหมายความว่า การเลือกธีมใหม่สำเร็จแล้ว สามารถเลือกดูความเปลี่ยนแปลงที่ด้านหน้าของบล็อกได้โดยการคลิกที่ &#8220;Visit Site&#8221;</p>
<p><a rel="lightbox" href="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/09/change-themes-006.jpg"><img src="http://xirbit.com/blog/uploads/2008/09/change-themes006-thumbnail.jpg" alt="ภาพหน้าบล็อกหลังเปลี่ยนธีมแล้ว" /></a></p>
<p>หลังจากคลิก &#8220;Visit Site&#8221; หรือเปิดไปที่หน้าบล็อกแล้ว ก็จะเห็นหน้าบล็อกเปลี่ยนไปตามรูปแบบธีมที่ได้เลือกไว้</p>
<img src="http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~4/387445106" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xirbit.com/2008/09/09/148/feed</wfw:commentRss>
		<feedburner:awareness>http://api.feedburner.com/awareness/1.0/GetItemData?uri=xirbitcom&amp;itemurl=http%3A%2F%2Fxirbit.com%2F2008%2F09%2F09%2F148</feedburner:awareness><feedburner:origLink>http://xirbit.com/2008/09/09/148</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>คู่มือ WordPress</title>
		<link>http://feeds.feedburner.com/~r/xirbitcom/~3/384793935/146</link>
		<comments>http://xirbit.com/2008/09/06/146#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 06 Sep 2008 05:32:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[WordPress]]></category>

		<category><![CDATA[WordPress Guide]]></category>

		<category><![CDATA[WordPress Manual]]></category>

		<category><![CDATA[การใช้งาน WordPress]]></category>

		<category><![CDATA[คู่มือ]]></category>

		<category><![CDATA[คู่มือ WordPress]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xirbit.com/2008/09/06/146</guid>
		<description><![CDATA[คู่มือ WordPress นี้ เป็นการรวบรวมบทความต่าง ๆ ที่เคยเขียนเอาไว้ จัดให้เป็นหมวดหมู่ เพื่อค้นหาได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมทั้งจะทะยอยเขียนบทความเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ หากมีข้อติชมหรือข้อสงสัย ก็สามารถสอบถามเข้ามาได้
ความรู้เบื้องต้น
ทำความรู้จักกับ WordPress ในแง่มุมต่าง ๆ ก่อนที่จะลงมือศึกษาอย่างจริงจัง

WordPress คืออะไร
ทำความรู้จัก WordPress
กายวิภาคของบล็อก WordPress
การใช้งาน WordPress

การติดตั้ง
เป็นขั้นตอนต่าง ๆ ในการติดตั้งบล็อกด้วย WordPress ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้ไม่ยาก แต่ที่หนักก็เห็นจะเป็นการดาวน์โหลดไฟล์ที่จะนำมาจำลองเครื่องให้เป็น Web Server นี่แหล่ะ เพราะมีขนาดใหญ่ ส่วนเรื่องอื่น ๆ ก็ไ่ม่มีปัญหา เพราะโปรแกรมออกแบบมาให้ติดตั้งกันอย่างง่าย ๆ ครับ

การจำลองเครื่องให้เป็น Web Server เหมือนกับ Server บนอินเทอร์เน็ต ให้เลือกติดตั้งเพียงโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่งเท่านั้น

การติดตั้ง XAMPP
การติดตั้ง AppServ


การสร้างฐานข้อมูล
การดาวน์โหลดและขยายไฟล์
การปรับแต่งไฟล์ wp-config.php
การติดตั้ง WordPress

การปรับแต่ง : การใช้งาน

กำหนดรหัสผ่าน Admin ใหม่
การสร้างไฟล์ .htaccess ใน WordPress
การตั้งเขตเวลาบล็อก
การหาหมายเลข ID ของ Categories
การเขียนบทความล่วงหน้า
การแบ่งข้อความ
การเปลี่ยนธีม
ขยายกรอบเขียนบทความให้ใหญ่ขึ้น
แสดงความคิดเห็นโดยไม่ต้องตรวจสอบ
แก้ไขภาษาไทยในธีม WordPress
สร้างแม่แบบ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คู่มือ WordPress นี้ เป็นการรวบรวมบทความต่าง ๆ ที่เคยเขียนเอาไว้ จัดให้เป็นหมวดหมู่ เพื่อค้นหาได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมทั้งจะทะยอยเขียนบทความเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ หากมีข้อติชมหรือข้อสงสัย ก็สามารถสอบถามเข้ามาได้</p>
<h3 id="toc-"><strong>ความรู้เบื้องต้น</strong></h3>
<p>ทำความรู้จักกับ WordPress ในแง่มุมต่าง ๆ ก่อนที่จะลงมือศึกษาอย่างจริงจัง</p>
<ul>
<li><a href="http://xirbit.com/2007/10/20/8" target="_blank" >WordPress คืออะไร</a></li>
<li><a href="http://xirbit.com/2007/10/21/10" target="_blank" >ทำความรู้จัก WordPress</a></li>
<li><a href="http://xirbit.com/2007/10/22/13" target="_blank" >กายวิภาคของบล็อก WordPress</a></li>
<li><a href="http://xirbit.com/2007/10/20/9" target="_blank" >การใช้งาน WordPress</a></li>
</ul>
<h3 id="toc-1"><strong>การติดตั้ง</strong></h3>
<p>เป็นขั้นตอนต่าง ๆ ในการติดตั้งบล็อกด้วย WordPress ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้ไม่ยาก แต่ที่หนักก็เห็นจะเป็นการดาวน์โหลดไฟล์ที่จะนำมาจำลองเครื่องให้เป็น Web Server นี่แหล่ะ เพราะมีขนาดใหญ่ ส่วนเ