พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะผู้พิพากษาเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่งหน้าที่ โดยเมื่อเวลา 16.42 น. วันที่ 17 ธ.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออก ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายวิรัตน์ ลิ้มวิชัย ประธานศาล ฎีกา นำผู้พิพากษาประจำศาล สนง.ศาลยุติธรรม เฝ้าฯ เพื่อ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่งหน้าที่ ในการนี้ นายวิชัย อาริยะนันทกะ เลขาธิการประธานศาลฎีกา และนายสราวุธ เบญจกุล รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ร่วมเข้าเฝ้าฯ ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง มีพระราชดำรัสแก่ผู้เข้าเฝ้าฯดังนี้
“บ้านเมืองจะต้องมีความยุติธรรม หมายความว่า คนจะปฏิบัติตัวตามใจชอบไม่ได้ ต้องทำตามกฎเกณฑ์ ถือว่าของกฎหมายก็ได้ หรือต้องเป็นไปตามความดี กฎเกณฑ์ ของความดี เพราะความดีนั้นก็คือ ทำอะไรที่ตรงไปตรงมา ที่เป็นประโยชน์ต่อทุกคน ต่อประชาชน โดยเฉพาะทุกคน ที่มีสิทธิที่จะมีชีวิตที่ต้องมีกฎเกณฑ์ ต้องมีขื่อมีแป หากไม่มีขื่อมีแปแล้ว ประเทศชาติจะล่มจม หรือที่สำคัญที่ต้องมีผู้พิพากษาที่มีความเข้มแข็ง [...]

อ่านบทความต่อเกี่ยวกับ พระบรมราโชวาท 17 ธันวาคม 2550

เมื่อเวลา 16.19 น. วันที่ 21 ธ.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลง ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาส ให้นายทหารชั้นนายพล และนายตำรวจชั้นนายพล ที่ได้รับพระราชทานยศสูงขึ้น ประจำปี 2549-2550 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณ โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราโชวาท ทรงย้ำในเรื่องการทำความดี และความซื่อสัตย์สุจริต ความว่า
ขอแสดงความยินดีกับท่านที่ได้รับยศสูงขึ้นและองค์กรสนับสนุน และทุ่มเทเปล่งวาจาที่เป็นคำสัตย์ปฏิญาณ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อความเจริญของประเทศ ซึ่งหน้าที่ของท่านนั้น เป็นหน้าที่สำคัญมาก และอย่างที่ได้ปฏิญาณ ถ้าไม่ได้ทำตามก็จะมีอันเป็นไป แม้ไม่ได้พูดก็จะมี แต่ว่าทำดีตามที่ได้ปฏิญาณ ก็เชื่อว่าท่านจะประสบ ความรุ่งเรือง ความเจริญ เพราะว่าคำที่พูดนี้ มีความศักดิ์สิทธิ์ เทวดาอารักษ์ก็ได้ฟังและได้ยิน ซึ่งถ้าเทวดาอารักษ์ได้ยินแล้ว ท่านก็จะต้องพูดกับท่าน ตราบใดที่ท่านทำดีตามคำปฏิญาณ เป็นของศักดิ์สิทธิ์ ช่วยให้ประเทศชาติอยู่อย่างเป็นสุขได้
ถ้าเป็นตามนั้น ไม่ได้หมายความว่า ท่านจะต้องประหัตประหารใช้ยุทโธปกรณ์ แต่ว่าท่านจะต้องทำตัวให้เข้มแข็ง ให้ศักดิ์สิทธิ์ [...]

อ่านบทความต่อเกี่ยวกับ พระบรมราโชวาท 21 ธันวาคม 2550

admin on December 3rd, 2007

2 ธ.ค.50 เวลา 17.07 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งพร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ไปในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ ประจำปี 2550 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2550 ณ พระลานพระราชวังดุสิต
โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาท แก่เหล่าทหารรักษาพระองค์ความว่า
“ข้าพเจ้าและพระราชินี มีความยินดียิ่งนักที่ได้มาอยู่ในท่ามกลางทหารรักษาพระองค์ ในพิธีรวมพลสวนสนามในวันนี้ ขอขอบใจในไมตรีจิตของทุกคน และขอสนองพรกับทั้งไมตรีนั้นด้วยใจจริงเช่นกัน ไทยเรารักษาเอกราชและผืนแผ่นดินให้มั่นคงเป็นปึกแผ่นมาได้ก็เพราะเราทุกคนมีความสำนึก ตระหนักในความเป็นไทย และหน้าที่ที่จะธำรงรักษาชาติ ประเทศไว้ให้เป็นอิสระ มั่นคง ตามประวัติกาลที่ปรากฏมา คนไทยจึงมีจิตใจผูกพันปรองดองอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่แยกพวก แยกเหล่า มีปกติสามัคคีพร้อมเพรียงกันเสมอ”
“และสถานการณ์บ้านเมืองเราในทุกวันนี้ เป็นที่ทราบแก่ใจเราทุกคนอยู่สืบแล้วว่าไม่น่าไว้วางใจ พูดได้ว่าหากคนไทยขาดความสำนึกในชาติ ขาดความสามัคคีก็อาจประสบเคราะห์กรรมกันทั้งชาติ จึงขอให้ทหารทุกคน และชาวไทยทุกคนทุกหมู่ทุกเหล่าได้พิจารณาตัดสินใจว่าประเทศชาติของเรานั้น สำคัญที่เราควรจะรักษาไว้ให้ยั่งยืนต่อไปหรือไม่ ถ้าเห็นว่าสำคัญ มั่นใจ ก็ขอให้สังวร ระวังกาย ใจ ให้ตั้งมั่นอยู่ในความสัตย์สุจริต พยายามลดอคติ และสร้างเสริมความเมตตาสามัคคีในกันและกัน ไม่ว่าจะทำการสิ่งใดให้ยึดเอาความมั่นคงปลอดภัยของชาติเป็นที่หมายสูงสุด ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์กับทั้งอำนาจแห่งความภักดีโดยบริสุทธิ์ใจในชาติบ้านเมือง จงดลบันดาลให้ทุก [...]

อ่านบทความต่อเกี่ยวกับ พระบรมราโชวาท 2 ธ.ค. 50